สาระสังเขป : การคำนวณเงินสำรองถือเป็นประเด็นสำคัญสำหรับธุรกิจประกันภัย เนื่องจากผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตมีลักษณะเป็นสัญญาระยะยาว การใช้แบบจำลองอัตราดอกเบี้ยเชิงสุ่มจึงมีความเหมาะสมมากกว่าสำหรับการคำนวณเบี้ยประกันและเงินสำรองของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ในการศึกษานี้ผู้วิจัยได้นำแบบจำลองอัตราดอกเบี้ยเชิงสุ่มที่มีคุณสมบัติเข้าสู่ค่าเฉลี่ย (mean-reverting) ที่เป็นที่นิยมหลายแบบมาใช้ เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบของแบบจำลองและพารามิเตอร์ต่าง ๆ ต่อมูลค่าเงินสำรองของประกันชีวิต โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้น การประมาณโมเมนต์ และวิธีการหาค่าที่เหมาะสมที่สุดในการปรับเทียบพารามิเตอร์ของแบบจำลอง ได้แก่ แบบจำลอง Vasicek, Cox–Ingersoll–Ross (CIR), Chan–Karolyi–Longstaff–Sanders (CKLS) และ Chen ผลการวิเคราะห์พบว่า เมื่อนำแบบจำลองอัตราดอกเบี้ยเชิงสุ่มที่มีคุณสมบัติเข้าสู่ค่าเฉลี่ยมาประยุกต์ใช้กับกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นและค่าเฉลี่ยระยะยาวมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าเงินสำรองสุทธิ ขณะที่ความเร็วในการปรับกลับสู่ค่าเฉลี่ยและความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยมีผลกระทบต่อเงินสำรองในระดับจำกัดนอกจากนี้ ยังพบว่าผลลัพธ์เชิงตัวเลขของเงินสำรองสุทธิมีความอ่อนไหวต่อช่วงเวลาของข้อมูลอัตราดอกเบี้ยและโครงสร้างอัตราผลตอบแทน (yield curve) ที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์