น้ำท่วมใหญ่ปี69 เจาะทำเลโซนตะวันออกกรุงเทพฯ ไม่สะเทือนอสังหาฯ -ราคาที่ดินไม่ลด
น้ำท่วมใหญ่ปี69 เจาะทำเลโซนตะวันออกกรุงเทพฯ
ไม่สะเทือนอสังหาฯ -ราคาที่ดินไม่ลด
26 ต.ค. 69 | 06:59 น.
ปัญหาน้ำท่วมปี 2569 ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครอาจส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่มากนัก
เพราะเป็นปัญหาที่ไม่ได้เกิดขึ้นซ้ำซากหรือต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับน้ำท่วมปี 2554 ซึ่งยาวนานกว่า
และกินพื้นที่เป็นวงกว้างกว่ามากนัก และถ้าดูจากปัญหาในปี 2554 จะเห็นว่าเมื่อน้ำลดแล้ว
ตลาดที่อยู่อาศัยในทำเลที่ประสบปัญหาอาจจะชะลอตัวไปบ้าง แต่ไม่ถึง 1 ปีก็กลับมาคึกคัก
และมีโครงการเปิดขายใหม่มากมายเช่นเดิม
อาจจะเพิ่มจุดขายในเรื่องของการป้องกันน้ำท่วมไปด้วย
และเมื่อเวลาผ่านไปคนก็ลืมและไม่ได้นำมาเป็นปัจจัยในการพิจารณาซื้อที่อยู่อาศัยแบบจริงจัง
จัดการระบายน้ำไม่ดี
มีผลต่อทำเลระยะยาว
นายสุรเชษฐ กองชีพ
หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย
วิเคราะห์ผ่าน“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า น้ำท่วมปี 2569 อาจจะต้องพิจารณาเป็นทำเลที่น้ำท่วม
และขังเป็นเวลานานมากกว่า เพราะเป็นพื้นที่ส่วนที่ไม่ใหญ่มาก
แต่ทำไมน้ำไม่ระบายออกไป การจัดการเรื่องน้ำของทำเลนั้นไม่ดี
หรือทำเลนั้นมีปัญหาในเรื่องของการระบายน้ำ ซึ่งอาจมีผลต่อทำเลนั้นในระยะยาว
ในแง่ของการพิจารณาซื้อที่อยู่อาศัย
หรือผู้ประกอบการรายใดที่ปล่อยปะละเลยโครงการตนเองที่ประสบปัญหาน้ำท่วมไม่ว่าจะเป็นโครงการขายหมดแล้ว
หรือโครงการที่กำลังขายอยู่ก็ตาม ได้รับผลกระทบตามมาแน่นอน
โดยเฉพาะโครงการที่ยังขายไม่หมดแล้วประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วมหนัก
ซึ่งมีรูปหรือมีคนพูดถึงในโซเชียลมีเดียแล้ว เพราะอาจจะขายไม่ได้อีกเลยหลังจากนี้
บริษัทบริหารโครงการที่จัดการปัญหาได้ดีก็อาจจะได้รับอานิสงส์ในเรื่องนี้ในระยะยาวเช่นกัน
ราคาที่ดินโซนตะวันออก
ไม่กระทบน้ำท่วม
ขณะเรื่องของราคาที่ดินหลังจากน้ำท่วมไม่มีผลมากนักเพราะขณะนี้ตลาดชะลอตัว
ความต้องการที่ดินไม่มาก ราคาคงไม่ปรับลดลง
เพราะไม่มีความต้องการมากในตลาดจึงไม่มีการต่อรองมากขนาดกดดันให้ราคาที่ดินลดลง
และเมื่อปัญหาผ่านไปสักระยะความต้องการที่ดินกลับมาราคาที่ดินก็จะปรับขึ้นไปตามกลไกตลาด
แต่คงไม่ลดลงเมื่อเทียบกับก่อนน้ำท่วม สำหรับราคาที่ดินในทำเลที่น้ำท่วม เช่น
ทำเลหนองจอก
ราคาประเมินราชการ 12,000-35,000 บาท ต่อตารางวา ขณะราคาประกาศขายที่พบ 3,000-35,000
บาทต่อตารางวา ทั้งนี้ ภาพรวมและความแตกต่างของราคาประกาศขาย
และราคาประเมินราชการ พบว่า
ราคาประกาศขายในพื้นที่ใกล้เคียงหรือต่ำกว่าราคาประเมินขึ้นอยู่กับทำเล
โดยบางแปลงที่ประกาศขายอยู่ในซอยลึกจึงประกาศขายต่ำกว่าราคาประเมินราชการ
เช่นเดียวกับ ทำเล ลาดกระบังราคาประเมินราชการ 10,000-65,000บาทต่อตารางวา ราคาประกาศขายที่พบ 11,000-45,000
บาทต่อตารางวา อย่างไรก็ตามราคาประกาศขายกับราคาประเมินราชการไม่ต่างกัน
บางแปลงประกาศขายต่ำกว่าราคาประเมินราชการ เพราะอยู่ในซอยลึก
ขณะที่ทำเลลาดพร้าวราคาประเมินราชการ
50,000-130,000
บาทต่อตารางวา ส่วนราคาประกาศขายที่พบ 65,000-344,000 บาทต่อตารางวา
ราคาประกาศขายสูงกว่าราคาประเมิน 1.5 –2.6 เท่า
โดยเฉพาะแปลงติดถนนใหญ่หรือไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า
ส่วนทำเลมีนบุรี
ราคาประเมินราชการ 15,000-100,000 ต่อตารางวาราคาประกาศขายที่พบ 12,000-120,000
บาทต่อตารางวา ราคาที่ประกาศขาย และราคาประเมินราชการไม่ต่างกันมาก
โดยที่ดินที่ประกาศขายในทำเลใกล้กับแนวเส้นทางรถไฟฟ้าราคาจะสูงกว่า
ขณะที่ทำเลศรีนครินทร์ราคาประเมินราชการ
130,000-180,000
บาทต่อตารางวา ราคาประกาศขายที่พบ 80,000-300,000 บาทต่อตารางวาขึ้นไป
ราคาที่ดินที่ประกาศขายสูงกว่าราคาประเมินราชการมาก โดยเฉพาะที่ดินที่ติดถนนใหญ่
และไม่ไกลจากเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
ปัญหาตลาดที่อยู่อาศัย
เกิดจากกำลังซื้อมากกว่า แต่หากน้ำท่วมนานมีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
อาจจะมีคนที่ประสบปัญหาเรื่องการงาน และการเงินตามมาแน่นอน
มีผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยในทำเลน้ำท่วมขังนานชะลอตัวในช่วงหลังจากนี้
แม้ว่าช่วงก่อนหน้านี้จะอยู่ในช่วงปรับตัวดีขึ้นแล้วก็ตาม
แต่ผลกระทบต่อภาพรวมอาจจะไม่มากนัก
เพราะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้กว้างมากเมื่อเทียบกับปี 2554 ถ้าน้ำลดลงเร็ว
และกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วก็อาจจะทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
และกำลังซื้อคนในพื้นที่น้ำท่วมไม่มาก
สำหรับพื้นที่ที่น้ำท่วมบางส่วนเป็นพื้นที่ที่อยู่ในแนวฟลัดเวย์หรือพื้นที่ต่ำที่ในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครกำหนดให้เป็นแนวรับน้ำมาก่อน
ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยประสบปัญหาน้ำท่วมปี 2554 หรือปีอื่นๆ
และมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมมาต่อเนื่องอยู่แล้ว เพียงแต่ปีนี้อาจจะหนักกว่าที่ผ่านมา
น้ำท่วมไม่ทำให้ราคาที่ดินหรือบ้านพื้นที่เสี่ยงปรับตัวลดลง
สอดคล้อง นายวรัตถ์
สิริศักดานุกูล ผู้จัดการอาวุโส แผนกตลาดทุนและการลงทุน คุชแมนแอนด์ เวคฟีลด์
ประเทศไทยออกมาย้ำว่าผลกระทบระลอกนี้อาจไม่ได้ทำให้ราคาที่ดินหรือบ้านในพื้นที่เสี่ยงน้ำ
ท่วมปรับตัวลดลงทั้งหมดแต่จะเกิดส่วนต่างราคาระหว่างทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมสูง
กับทรัพย์สินที่มีระบบบริหารจัดการความเสี่ยงน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน
ผู้พัฒนาโครงการจะมีต้นทุนการป้องกันน้ำท่วมเพิ่มขึ้น
ซึ่งอาจถูกนำไปหักลบออกจากราคาเสนอซื้อที่ดินในอนาคต
ย้ายถิ่นจากทำเลน้ำท่วมกทม.ไปตจว.ไม่คึกคัก
แม้ความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลปลอดภัยจากน้ำท่วมจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าปรากฏการณ์ย้ายฐานการซื้อบ้านหลังที่สองไปยังต่างจังหวัดอาจไม่คึกคักเท่าช่วงหลังมหาอุทกภัยปี
2554 เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ
โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP เริ่มปรับตัวลง 2 ไตรมาสติดต่อกัน
แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง และสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้บริโภคกลุ่มที่ต้องพึ่งพาสินเชื่อมีข้อจำกัดในการซื้อบ้านหลังที่สอง
ขณะเดียวกัน
การลงทุนระบบป้องกันเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงสามารถช่วยลดผลกระทบได้ เช่น
การสร้างคันดินหรือกำแพงป้องกันน้ำท่วม การถมที่ดิน
หรือการวางระบบระบายน้ำและสูบน้ำภายในโครงการ นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกอื่น เช่น
การร่วมทุน หรือการปรับรูปแบบโครงการให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่
ความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์นับจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามว่า
ทำเลไหนน้ำท่วมแต่คือ โครงการไหนสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม
ช่วยปกป้องมูลค่าของของสินทรัพย์ได้ดีกว่า
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++