จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ จากดึงลงทุนสู่คุมเกม
จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์
จากดึงลงทุนสู่คุมเกม
08 ต.ค. 69 | 06:00 น.
การจัดระเบียบ Data Center ครั้งใหญ่กำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ
จากเดิมที่ไทยเร่งดึงดูดการลงทุนดิจิทัล วันนี้โจทย์ของรัฐบาลกำลังขยับไปอีกขั้น
คือทำอย่างไรให้การลงทุนที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา ไม่กลายเป็นภาระด้านไฟฟ้า นํ้า
ที่ดิน สิ่งแวดล้อม และ ชุมชนในอนาคต
มติบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เมื่อวันที่
1
ตุลาคม 2569 จึงมีความหมายมากกว่าการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่
เพราะเป็นการประกาศให้ Data Center ถูกมองเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ
พร้อมแบ่งผู้ประกอบการเป็น 5 ขนาดตาม IT Load และกำหนดให้ศูนย์ที่ใช้ไฟตั้งแต่ 0.5 เมกะวัตต์ขึ้นไปต้องจดแจ้งข้อมูลกับรัฐ
ขณะเดียวกัน
ยังเสนอค่าไฟเฉพาะประเภทที่ 9 ตามหลักผู้ใช้เป็นผู้จ่าย โดยเปิดทางให้การใช้พลังงานสะอาด
มีต้นทุนที่จูงใจกว่าไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ
นี่คือ
การเปลี่ยนวิธีคิดที่สำคัญ เพราะการแข่งขันดึง Data Center ไม่ควรจบลงที่จำนวนเม็ดเงินลงทุน
หรือกำลังไฟที่จองไว้
หากต้องตอบให้ได้ว่าการลงทุนเหล่านี้สร้างประโยชน์อะไรกลับคืนสู่เศรษฐกิจไทยบ้าง
ด้านมหาดไทยกำลังเติม
“กติกาพื้นที่” เข้าไปในสมการ ด้วยแนวคิดแยก Data Center ออกจากอาคารขนาดใหญ่ทั่วไป
กำหนดโซนนิ่ง โดยเฉพาะศูนย์ขนาดใหญ่ ที่อาจต้องอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม
หรือพื้นที่ที่ผังเมืองรองรับ พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย
ทั้งระบบสำรองนํ้าและไฟฟ้า การจัดเก็บนํ้ามันดีเซล และการระบุอาคารอย่างชัด
ขณะที่กระทรวงดิจิทัลฯ
กำลังผลักดันร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ซึ่งจะนำระบบใบอนุญาตและหลักการอธิปไตยทางข้อมูล เข้ามากำกับ Data Center
และ Cloud สะท้อนว่า
ศูนย์ข้อมูลในอนาคตไม่ได้เป็นเพียงสถานที่วางเซิร์ฟเวอร์
แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของข้อมูลโดยตรง
อีกด้านคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
หรือ กกพ.จ่อคุมเข้มใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าให้ดาต้าเซ็นเตอร์
โดยกำหนดให้การจำหน่ายไฟฟ้าแก่กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ จะต้องได้รับใบอนุญาตเฉพาะ
และต้องมีรายละเอียดแผนการใช้ไฟฟ้าตลอดอายุโครงการ
ไม่ว่าจะเป็นแผนการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าปกติ
แผนอัตรา Utility Green Tariff แผนการใช้ไฟฟ้าผ่าน Direct PPA การผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง
หรือการซื้อจากเอกชนรายอื่น
ที่น่าสนใจคือ
รัฐบาลกำหนดเส้นตายรวบรวมกติกาจากทุกหน่วยงานเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ภายในเดือนตุลาคม และเตรียมใช้กติกาแตกต่างกันกับ 3 กลุ่ม คือ
ศูนย์ที่เปิดดำเนินการแล้ว โครงการที่ได้รับอนุมัติและอยู่ระหว่างก่อสร้าง
และโครงการใหม่ พร้อมแนวคิด One-Stop Approval เพื่อลดความซํ้าซ้อนในการขออนุญาต
โดยมีข้อมูลจาก 12 จาก 16 หน่วยงานเข้าสู่ Dashboard กลางแล้ว ขณะที่ยังเหลือโจทย์ TSIC และรายละเอียดด้านนํ้าที่ต้องเร่งปิดช่องว่าง
บททดสอบจากนี้
จึงไม่ใช่เพียงออกกฎให้ทัน แต่คือ “ออกกฎให้ถูกจุด” เพราะหากกติกาเข้มจนชะลอการลงทุน
ไทยอาจเสียโอกาส แต่หากผ่อนคลายจนทรัพยากรสาธารณะต้องรับต้นทุนแทนเอกชน
ผลกระทบจะย้อนกลับมาที่เศรษฐกิจและประชาชน
ประเทศไทยกำลังมีโอกาสสร้างฐานเศรษฐกิจดิจิทัลครั้งใหญ่ การจัดระเบียบ Data Center
จึงควรเป็นการวางแนวทางให้การลงทุนวิ่งได้เร็วขึ้น ไม่ใช่สร้างกำแพงขวางทาง
สิ่งที่ต้องทำให้ชัดคือ ใครใช้ทรัพยากรมากต้องรับผิดชอบมาก
ใครสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศต้องได้รับแรงจูงใจ
และทุกโครงการต้องอยู่ภายใต้กติกาที่โปร่งใสและคาดการณ์ได้
เพราะในวันที่เทคโนโลยีระดับโลก
กำลังมองไทยเป็นฐานลงทุน คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “เราจะรับ Data Center
ได้กี่แห่ง”
แต่คือ เราจะทำให้ Data Center ที่เข้ามาเปลี่ยนพลังงาน ข้อมูล
และ เงินลงทุน ให้กลายเป็นความสามารถในการแข่งขันของไทยได้มากเพียงใด
บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,242 วันที่ 8-10 ตุลาคม พ.ศ. 2569
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++