ปรับโฉม
ศูนย์ธุรกิจ-เมืองใหม่อัจฉริยะ EEC ดึงลงทุน 1.34
ล้านล้าน
11 ก.ย. 69
| 08:00 น.
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล
เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี
(ครม.) เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2565 เรื่องโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เสนอ
สาระสำคัญคือจากที่
สกพอ.ได้ดำเนินการขับเคลื่อน โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) บริเวณตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
มาอย่างต่อเนื่องโดยล่าสุด คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.)
ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงขอบเขตพื้นที่โครงการจากเดิมประมาณ 14,619 ไร่ ปรับเป็นพื้นที่ใหม่ประมาณ 14,586 ไร่
ทั้งนี้
สกพอ.ว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบขอบเขตพื้นที่โครงการในครั้งนี้
ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะ
โดยได้มีการดำเนินการผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ได้แก่
1.การจัดสรรแปลงที่ดินให้เอื้อต่อกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำ
โดยปรับรูปแปลงที่ดินให้เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
ในการออกแบบ วางผังอาคาร และรองรับการขยายพื้นที่ในอนาคต
2.เน้นการพัฒนาแบบกระจุกตัว
โดยได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบพื้นที่พัฒนาจากแนวยาวมาเป็นกลุ่มกระจุกตัว
เพื่อสร้างความคุ้มค่า ช่วยลดต้นทุนการก่อสร้าง (CAPEX) และลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและบำรุงรักษา (O&M) ของระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจในพื้นที่
3.การใช้ประโยชน์โครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานสูงสุด
โดยให้ความสำคัญกับโครงข่ายเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ยังคงสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
พร้อมทั้งส่งเสริมให้การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งและระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมโยงกันได้อย่างสะดวกและกระชับมากขึ้น
4.การพัฒนาพื้นที่ตอบโจทย์การรองรับกลุ่ม
Bio-Circular-Green
(BCG) ที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ส่งเสริมให้มีการลงทุนใน
EECiti
ที่เน้นนวัตกรรมพลังงานสะอาด
และส่งเสริมเป้าหมายสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้โครงการเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ
EEC
ถูกวางเป้าหมายให้เป็นเมืองธุรกิจคู่ขนานกับกรุงเทพมหานคร
และมุ่งสู่การเป็น 1 ใน 10 เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ของโลกภายในปี พ.ศ. 2580 โดยมีตัวเลขคาดการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่
1.การลงทุนเมกะโปรเจกต์ 1.34 ล้านล้านบาท
โดยคำนวณจากมูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งโครงการตลอดระยะเวลา 10 ปี แบ่งเป็นสัดส่วนการลงทุนเน้นภาคเอกชน 87.5% การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) 9.7% และการลงทุนจากภาครัฐ 2.8%
สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะมีการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
และสาธารณูปโภคอัจฉริยะส่วนกลางรวม 10 ระบบในรูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการ PPP เช่น พลังงานสะอาด ประปา บำบัดน้ำเสีย ขยะ ดิจิทัล
และคมนาคมขนส่ง รวมวงเงินลงทุนในส่วนนี้ประมาณ 72,042 ล้านบาท เพื่อให้ EECiti มีความพร้อมในการรองรับการลงทุนของภาคธุรกิจ
และการอยู่อาศัยของประชาชน
2.การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
โดยวัดจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่จะเพิ่มขึ้น คาดว่า EECiti จะช่วยสร้างมูลค่า GDP ให้กับประเทศไทยรวมกว่า
2
ล้านล้านบาท ภายในช่วง 10 ปีของการพัฒนาโครงการ
3.รองรับประชากรและการจ้างงาน โดย EECiti ได้มีการออกแบบและวางผังรองรับประชากรได้สูงสุด 350,000 คน และคาดว่าจะเกิดการสร้างงานทางตรงมากกว่า 200,000 ตำแหน่ง
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++