ดัชนีวัสดุก่อสร้าง
ส.ค. พุ่ง 6.1% เชื้อเพลิง-ทองแดงดันต้นทุนยกแผง
10 ก.ย. 69 | 10:05 น.
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เปิดเผยว่า
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนสิงหาคม 2569 เท่ากับ 113.1 เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 สูงขึ้น 6.1% และยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังตึงเครียด
จากการที่สหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และยูเครนโจมตี
โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียหลายแห่ง
ส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานมีความผันผวนและอยู่ในระดับสูง กระทบทั้งการผลิตและโลจิสติกส์ของสินค้าวัสดุก่อสร้างทำให้ดัชนีราคาสูงขึ้นเกือบทุกหมวด
ทั้งนี้
ดัชนีราคาหมวดที่สูงขึ้น ได้แก่ หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้น 4.5% จากการสูงขึ้นของไม้แบบ
บานหน้าต่าง บานประตู จากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน
หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้น 9.6% จากการสูงขึ้นของคอนกรีตผสมเสร็จ
คานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง และท่อระบายน้ำคอนกรีต
เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) ปรับสูงขึ้น
ประกอบกับต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น
หมวดกระเบื้อง สูงขึ้น 4.0% จากการสูงขึ้นของกระเบื้องเคลือบปูพื้น
กระเบื้องยาง PVC ปูพื้น
บัวเชิงผนัง PVC และกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา
เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) และวัตถุดิบ
(สารเคลือบ แร่ซิลิกา)
หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้น 1.7% จากการสูงขึ้นของสีเคลือบน้ำมัน
สีน้ำอะคริลิคทาภายนอก และสีน้ำอะคริลิคทาภายใน ที่ปรับสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ
(ผงสี อีพ็อกซี่เรซิน ตัวทำละลาย)
หมวดสุขภัณฑ์ สูงขึ้น 3.7% จากการสูงขึ้นของกระจกเงา
อ่างล้างหน้าเซรามิก และราวแขวนผ้าติดผนัง
เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้พลังงานในปริมาณสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้น
หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้น 12.7% จากการสูงขึ้นของสายไฟทุกชนิด อาทิ สายเคเบิล
THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และสายไฟฟ้า VAF ตามราคาทองแดงในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากความต้องการใช้ในโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง
ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในระดับสูง
หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ สูงขึ้น 15.7% จากราคายางมะตอยสูงขึ้นตามราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค
รวมทั้งวัสดุธรรมชาติ (หิน ดิน ทราย)
ปรับราคาจากต้นทุนสูงขึ้นทั้งค่าเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องจักรและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ดัชนีราคาหมวดที่ลดลง
ได้แก่ หมวดซีเมนต์ ลดลง 0.2% จากการลดลงของปูนซีเมนต์สำเร็จรูปและปูนซีเมนต์ผสม
เนื่องจากมีการแข่งขันสูง
หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลง 0.6% จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย
เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี และเหล็กตัว H เนื่องจากอุปทานเหล็กส่วนเกินจากจีนยังคงกดดันราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศให้ปรับลดลง
นายนันทพงษ์ฯ
กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน 2569 คาดว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง
จากหลายปัจจัย ดังนี้
1.ต้นทุนราคาน้ำมันและราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (ตะวันออกกลาง รัสเซีย - ยูเครน) ที่ยังตึงเครียด
2. ราคาของสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น
ตามราคาทองแดงในตลาดโลกสูงขึ้น
เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการหยุดดำเนินการของเหมืองทองแดงในชิลีและเปรู
ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกหลักได้ประสบภัยทางธรรมชาติ
และมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน
และการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
(AI) ที่เพิ่มขึ้น
3.ความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในการก่อสร้างและซ่อมแซม
ถนน อาคาร ที่พักอาศัยหลังเกิดภัยพิบัติ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++