บิ๊กเฟรเซอร์ส
ยันการทูต 14 ปีรัฐบาล ฟื้นเชื่อมั่น ปักธงอสังหาออสซี่ 2
แสนล้าน
20 ส.ค. 69 | 07:00 น.
นายปณต
สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการบริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
ในเครือกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น (TCC Group) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในระหว่างการร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ
ว่า การร่วมคณะนายกรัฐมนตรีรอบนี้
ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ออสเตรเลียถือเป็นตลาดที่บริษัทมีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มากที่สุดของกลุ่ม
เนื่องจากมีกฎระเบียบที่ชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนในทุกประเทศ
โดยกลุ่มเฟรเซอร์สเข้าไปลงทุนในออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2546 ผ่านการสร้างแพลตฟอร์มจากสิงคโปร์
โดยเริ่มต้นในซิดนีย์ก่อนขยายไปเมลเบิร์น
“การที่ผู้นำของทั้งสองประเทศมาเจอกันในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากห่างหายไปนานถึง
14
ปี
เชื่อว่าคนไทยยังคงอยากมาทำงานที่นี่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมบริการ
เนื่องจากแรงงานไทยถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพ
และควรผลักดันให้ทางออสเตรเลียเปิดรับมากขึ้น
ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานระบุว่าจะนำประเด็นนี้ไปหารือ”
นายปณต ระบุ
พร้อมระบุว่าทางออสเตรเลียยังต้องการให้ไทยช่วยพิจารณาเรื่องการดึงนักลงทุนออสเตรเลียเข้าไปลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
นายปณต
ระบุว่า ในการลงทุนที่ออสเตรเลีย ปัจจุบันบริษัทมีโครงการต่อเนื่องกว่า 20 โครงการ
พัฒนาในรูปแบบชุมชนมิกซ์ยูสผ่านการร่วมทุนกับสภาท้องถิ่นทั้งในซิดนีย์และเมลเบิร์น
ขณะที่ธุรกิจโรงแรมมีทั้งโรงแรมโนโวเทลที่ดาร์ลิงสแควร์ และโนโวเทลเมลเบิร์น
พร้อมแผนขยายแบรนด์อินเตอร์คอนติเนนตัลเพิ่มเติมในอนาคต
ซึ่งมูลค่าการลงทุนสะสมของกลุ่มในออสเตรเลียตลอด 20 ปีที่ผ่านมามีมูลค่ารวมมากกว่า 200,000 ล้านบาท
ครอบคลุมทั้งเงินลงทุนจากตลาดหลักทรัพย์และเงินร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นและพาร์ทเนอร์ภายนอก
"เซกเตอร์ที่เติบโตมากที่สุดคือธุรกิจโกดังสินค้าและคลังสินค้าอุตสาหกรรม
ซึ่งลงทุนรวมแล้วกว่า 2 ล้านตารางเมตร
ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในซิดนีย์และเมลเบิร์น" นายปณต กล่าว
สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลียขณะนี้
นายปณต ระบุว่าเป็นอีกหนึ่งวงจรที่มีความท้าทายต่อเนื่องมาจากช่วงหลังโควิด
ทั้งด้านต้นทุนการก่อสร้างและแรงงาน
แต่ในความท้าทายนั้นย่อมเป็นโอกาสสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่
เพราะผู้ที่อยู่มาดั้งเดิมอาจกำลังประสบความลำบาก
ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยยังคงมีปัญหาซัพพลายไม่เพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน
โดยความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียกับจีนที่เปลี่ยนไปทำให้สูญเสียตลาดจีนไป
แต่การปรับสมดุลให้เกิดความยั่งยืนถือเป็นเรื่องดี
นายปณต
ยังกล่าวถึงโครงการที่ยาวที่สุดของกลุ่มว่า
โครงการที่ยาวที่สุดตั้งอยู่ทางตอนใต้ของซิดนีย์ภายใต้ชื่อเฟรเซอร์ส
ซึ่งพัฒนาต่อเนื่องมานานถึง 26 ปี
โดยเป็นการร่วมทุนกับสภาท้องถิ่นและทยอยเปิดขายเป็นเฟสตามโครงสร้างที่วางแผนไว้
ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ยังคงเน้นการมองระยะยาวผ่านโครงการพัฒนาชุมชนขนาดใหญ่ที่มีจำนวน
500
ถึง 1,000 ยูนิตต่อโครงการ
สะท้อนแนวทางการลงทุนระยะยาวของกลุ่มในตลาดออสเตรเลีย
ส่วนแผนดึงนักลงทุนออสเตรเลียเข้ามาลงทุนในไทย
นั้นยอมรับว่า กลุ่มเฟรเซอร์สปรับตัวในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา
เพื่อพัฒนาและเปิดรับที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เช่น
ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 4,600 ไร่ แบ่งเป็น 3 เฟส
และยังมีที่ดินในจังหวัดชลบุรีที่อยู่ระหว่างศึกษาการร่วมทุนกับหลายราย
นายปณต
ระบุว่า นิคมการขนส่งและโลจิสติกส์ของโครงการอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA The
Eastern Gateway) ก่อสร้างเสร็จและปล่อยเช่าเต็มหมดแล้ว
โดยลูกค้ารายแรกคือผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์รายใหญ่ที่สุดในไทยจากยุโรปอย่างอินฟินิตี้
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และกลุ่มการผลิตจากทั้งในภูมิภาคและยุโรปเข้ามาลงทุน
ซึ่งยังคงมองหานักลงทุนเพิ่มเติมเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่
จุดเด่นของโครงการคือทำเลใกล้เมืองและมีระบบสาธารณูปโภคที่สมบูรณ์
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++