การเคหะฯ
ฟื้นฟูที่ดินแปลงใหญ่ รับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานเมือง
17 ส.ค. 69 | 06:02 น.
ท่ามกลางการขยายตัวของเมืองและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้า
ที่เข้ามาเพิ่มศักยภาพของทำเล ส่งผลให้ การเคหะแห่งชาติ (กคช.)
ภายใต้การกำกับดูแลของนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายที่นายนิกรมอบหมาย ให้เร่งนำที่ดินแปลงใหญ่
ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน สร้างความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสอดรับกับทิศทางการพัฒนาเมืองในอนาคต ที่นายทวีพงษ์
วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆไม่แพ้โครงการอื่น
เร่งขับเคลื่อนเมืองดินแดง
อย่าง “ดินแดง”
ย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่ในกรุงเทพมหานคร
ของการเคหะฯอยู่ระหว่างดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองเพื่อยกระดับเป็นตึกสูงและพัฒนาสู่การเป็น
Smart
City เพื่อแก้ปัญหาความทรุดโทรมและรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ถือเป็นภารกิจใหญ่
เนื่องจากต้องบริหารจัดการผู้อยู่อาศัยเดิมหลายพันครอบครัว
และต้องดำเนินการก่อสร้างเป็นระยะ
เพื่อให้ประชาชนสามารถย้ายกลับเข้าที่อยู่อาศัยใหม่ได้ตามแผน
โดยนำร่องในพื้นที่แปลงจี รองรับครัวเรือนเดิมกว่า 300 ครอบครัว
สำหรับแปลงเอ
ซึ่งมีศักยภาพด้านการเชื่อมต่อระบบราง
โดยล่าสุดได้เชิญสถาบันการศึกษาเข้ามาช่วยศึกษาแนวทางการพัฒนา
ก่อนเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการประมูลก่อสร้าง โดยใช้รูปแบบ PPP หรือการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
หากไม่ใช้รูปแบบ PPP เข้ามาช่วยสนับสนุน
โครงการฟื้นฟูเมืองขนาดใหญ่จะใช้เวลานานมากในการชำระหนี้และคืนทุน
ซึ่งอาจกินเวลานานถึงหลายสิบปี
ห้วยขวาง-รามอินทรา
ต้องเร่งฟื้นฟู
อีกพื้นที่ ที่น่าจับตา
เคหะชุมชนห้วยขวางเป็นทำเลทองที่ การเคหะฯให้ความสำคัญ
เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน
และมีการพัฒนาอาคารสูงโดยรอบ
ทำให้สภาพแวดล้อมและโครงสร้างเมืองเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
หากปล่อยให้ชุมชนเดิมเสื่อมโทรมต่อไปโดยไม่เร่งปรับปรุง
อาจกระทบต่อคุณภาพชีวิตและศักยภาพของพื้นที่ในระยะยาว
ส่วนพื้นที่
เคหะชุมชนรามอินทรา บริเวณกิโลเมตรที่ 4-5 มีทั้งปัญหาสภาพชุมชนและน้ำท่วม
การเคหะฯจึงเตรียมปรับรูปแบบโครงการให้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยยึดหลักสำคัญคือ
ลดต้นทุนให้มากที่สุด
เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบของชุมชนเดิม
100% ซึ่งขณะนี้
ใกล้ได้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว สำหรับ พื้นที่รวมอินทรา
ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพ เนื่องจากอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู
จึงสามารถนำมาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ได้ ด้านทำเลทุ่งสองห้อง
ได้จัดทำแผนพัฒนาไว้แล้วและอยู่ระหว่างการเร่งรัดบางส่วนเพื่อให้สามารถนำมาใช้ตอบโจทย์นโยบาย
บ้านเคหะเพื่อคนไทยได้เร็วขึ้น
ดึงที่ดินร้างกลับมาสร้างรายได้
นอกจากนี้
ยังเตรียมนำที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์กลับมาพัฒนาเพื่อสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินขององค์กรหนึ่ง
ในพื้นที่สำคัญคือที่ดินเพชรบูรณ์กว่า 500 ไร่
ซึ่งเตรียมเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มหรือโซลาร์ในพื้นที่
เพื่อสร้างรายได้ควบคู่กับการผลักดันพลังงานสะอาด
ส่วนบางพลีคอมเพล็กซ์
เดิมมีแนวคิดพัฒนาเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และโซนพลาซ่า
แต่เนื่องจากยังไม่สามารถพัฒนาได้ตามเป้าหมาย
จึงเตรียมนำเข้าสู่แผนฟื้นฟูเพื่อพิจารณาแนวทางใช้ประโยชน์ใหม่อีกพื้นที่คือที่ดินร่มเกล้าประมาณ
89 ไร่
ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงข่ายถนน โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับ
ถนนพัฒนาชนบทและแนวคู่ขนานมอเตอร์เวย์หากโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวเกิดขึ้น
จะช่วยเพิ่มมูลค่าที่ดินของการเคหะฯ และเปิดโอกาสให้พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เช่น
คอมมูนิตี้มอลล์ เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงคนเข้าพื้นที่
และสร้างรายได้ระยะยาวให้องค์กร
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทำเลร่มเกล้า เป็นที่ดินแปลงใหญ่
มีที่ดินรวมกว่า 300 ไร่ มีศักยภาพ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ โครงข่ายถนน
เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่คุ้มค่าสอดรับกับราคาที่ดินที่ขยับสูงถึง เกือบ 1 แสนบาทต่อตารางวา
การเคหะฯจึงรอกรุงเทพมหานครพิจารณาปรับสีการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) จากพื้นที่สีเหลืองย.4 (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย)เป็นพื้นที่สีส้ม
(ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง)
เปลี่ยนที่ดินรัฐให้เป็น
“ต้นทุนโอกาส” ของประชาชน
อย่างไรก็ตาม
ทิศทางทั้งหมดของ การเคหะฯจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างบ้านใหม่
แต่เป็นการปรับวิธีคิดจาก ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย
ไปสู่การเป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการที่ดิน และพันธมิตรภาคเอกชน
เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยที่ประชาชนเข้าถึงได้
ทั้งการนำที่ดินรัฐมาลดต้นทุน การเปิด PPP การฟื้นฟูชุมชนเดิม
การพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ การนำที่ดินรกร้างกลับมาสร้างรายได้
ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแผนขับเคลื่อน
การเคหะฯอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะในปี 2570 เตรียมเร่งเดินหน้าโครงการใหม่จำนวนมาก
เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มซัพพลายที่อยู่อาศัยให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน
แต่ต้องเป็นซัพพลายที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ ทำเล และคุณภาพชีวิต
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++