รัฐบาลงัดไม้แข็งคุม
“ดาต้าเซ็นเตอร์ " ออกระเบียบ สกัดแย่งไฟ-น้ำ จัดโซนนิ่ง
05 ส.ค. 69 | 07:01 น.
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล
เปิดเผยว่า ขณะนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
เพื่อกำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถควบคุมและดูผลกระทบในภาพรวมได้
โดยเฉพาะผลกระทบด้านการใช้ทรัพยากร (Resource) ของประเทศ
รวมทั้งกำกับดูแลและตรวจสอบผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในกิจการนี้ได้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ภายหลังจากที่มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้แล้ว
จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ที่มีอำนาจตามกฎหมายขึ้นมา
เพื่อควบคุมดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์เป็นเฉพาะ
เพื่อดูแลธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่การอนุมัติ อนุญาต
และกำกับดูแลและตรวจสอบผลกระทบจากดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างเต็มที่
แหล่งข่าว
กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลได้เข้าไปตรวจสอบสถานการณ์การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทยในปัจจุบันทั้งโครงการที่มีการลงทุนไปแล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างที่จะลงทุน
พบว่า มีปัญหาในเรื่องการจัดสรรและวางแผนทรัพยากร เพื่อรองรับการลงทุนมากพอสมควร
เนื่องจากในการก่อสร้างผู้ประกอบการที่จะลงทุนให้ความสำคัญกับความมั่นคงของระบบ
ซึ่งขึ้นอยู่กับความพอเพียงของไฟฟ้าและน้ำเป็นสำคัญ
โดยธุรกิจนี้มีการใช้ทรัพยากรสูงมาก
โดยนอกจากไฟฟ้ายังใช้น้ำที่ใช้ในการระบายความร้อน
“ปัจจุบันพบปัญหาผู้ประกอบการบางรายที่จะลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่อีอีซีไปทำสัญญาจองน้ำซ้ำซ้อนกับหลายหน่วยงาน
เช่น บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์
บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด และการประปาส่วนภูมิภาค
พร้อมกันเพื่อประกันความเสี่ยงว่าโครงการจะมีน้ำใช้ในการระบายความร้อน
ส่งผลให้ตัวเลขความต้องการน้ำในระบบสูงเกินจริงจนภาครัฐไม่สามารถวางแผนจัดสรรทรัพยากรได้อย่างแม่นยำ”
แหล่งข่าว ระบุ
นอกจากนี้ยังพบช่องว่างทางกฎหมายที่ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ใช่กิจการควบคุมและไม่มีใบอนุญาตที่ชัดเจน
ทำให้มีการขออนุญาตกระจัดกระจาย ทั้งการขออนุญาตที่
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
(กสทช.) การขอการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
หรือบางแห่งก็เพียงไปทำสัญญากับการประปาเพื่อซื้อน้ำเพิ่มเติม
“ที่ผ่านมาการขออนุญาตกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้รวมอยู่ที่จุดเดียวและไม่ใช่กิจการที่ขออนุญาตเฉพาะ
ที่ผ่านมาก็มีการเข้าซื้อกิจการสถานบริการอาบอบนวดเก่าย่านพระราม 9 เพื่อดัดแปลงรองรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์
เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับอยู่แล้ว” แหล่งข่าวยอมรับ
แหล่งข่าว
ระบุด้วยว่าระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ออกมากจะครอบคลุมกลุ่มผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์
3
กลุ่ม
ได้แก่
1.กลุ่มที่ดำเนินการอยู่แล้ว
โดยกลุ่มนี้จะต้องมีการเข้าไปตรวจสอบการดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นกระบวนการตรวจสอบและประเมิน
(Audit) โดยเน้นในเรื่องผลกระทบเรื่องการใช้น้ำ อุณหภูมิ และเสียง
2.กลุ่มที่ได้รับอนุมัติแล้วแต่กำลังจะก่อสร้าง
โดยกลุ่มนี้จะมีการเพิ่มเกณฑ์บางข้อให้ปฏิบัติตามเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบจากการก่อสร้างและดำเนินการในอนาคต
3.กลุ่มที่จะเข้ามาขออนุญาตในอนาคต
รัฐบาลจะพิจารณาบังคับใช้เกณฑ์เต็มรูปแบบ เช่น
การกำหนดการใช้และการสำรองน้ำให้สมดุล เช่น
การกำหนดให้มีแหล่งน้ำสำรองเพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคส่วนอื่นโดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซีซึ่งมีประเด็นที่ต้องจัดสรรน้ำระหว่างภาคอุตสาหกรรม
ภาคเกษตร และครัวเรือน
นอกจากนี้รัฐบาลยังมีแนวคิดในการบริหารจัดการพื้นที่ตั้งของกิจการดาต้าเซ็นเตอร์โดยการจัดโซนนิ่ง
ซึ่งรัฐบาลมีแนวคิดส่งเสริมให้ดาต้าเซ็นเตอร์ลดการก่อสร้างในพื้นที่ EEC โดยอาจพิจารณาให้ไปตั้งยังพื้นที่ที่เหมาะสม
เช่น พื้นที่ใกล้เหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง
เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสูง
เพราะมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในกิจการไฟฟ้าโดยเฉพาะ
ไม่แย่งน้ำกินน้ำใช้ของประชาชน
แหล่งข่าว
ยอมรับว่า หากมีการพัฒนาให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของกิจการดาต้าเซ็นเตอร์
รัฐบาลจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลสำหรับรับส่งข้อมูลอย่างรวดเร็ว เช่น
ไฟเบอร์ออปติกไว้รองรับ
ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
และลดความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรร่วมกับภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมอื่น ๆ
ได้ในระยะยาว
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++