ดัน 'ไฮสปีดเทรน'
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ชง 4 ข้อ
สร้างอุตสาหกรรมราง-คุ้มครองธุรกิจไทย
16 ก.ค. 69 | 04:54 น.
นายแสงชัย
ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยกับ ‘ฐานเศรษฐกิจ’ ว่า
โครงการรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Train) ไม่ได้เป็นเพียงโครงการระบบรางขนาดใหญ่
แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่จะกำหนดศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ทั้งด้านการลงทุน การค้า การคมนาคม และการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
พร้อมกล่าวว่า
หากโครงการสามารถเดินหน้าตามแผนและเชื่อมโยงกับระบบขนส่งสินค้าและระบบขนส่งมวลชนได้อย่างครอบคลุม
จะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง
รองรับการขยายตัวของเมืองและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงกระจายรายได้สู่จังหวัดต่าง
ๆ ผ่านการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนใหม่
“ไฮสปีดเทรนจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเชื่อมเศรษฐกิจของประเทศ
หากออกแบบให้เชื่อมต่อกับระบบขนส่งรูปแบบอื่นอย่างสมบูรณ์
จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่าการเป็นเพียงระบบขนส่งผู้โดยสาร”
เสนอปักหมุดยุทธศาสตร์
สร้างผลตอบแทนให้ประเทศ
นายแสงชัยกล่าวว่า
ด้วยมูลค่าการลงทุนที่สูง โครงการลักษณะนี้จำเป็นต้องมีการวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน
ทั้งด้านแหล่งเงินลงทุน การร่วมลงทุน และการบริหารผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อประเทศ
พร้อมเสนอว่า
รัฐควรใช้โครงการไฮสปีดเทรนเป็นกลไกขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษในแต่ละภูมิภาค
ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี
การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม การผลิตชิ้นส่วน ระบบซ่อมบำรุง วัสดุ อุปกรณ์
เครื่องจักร และซอฟต์แวร์ เพื่อเพิ่มการพึ่งพาศักยภาพของผู้ประกอบการไทย
และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว
“การลงทุนขนาดใหญ่ควรสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยได้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน
ไม่ใช่ให้เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศเพียงอย่างเดียว”
คุ้มครองเอสเอ็มอีไทย-ยึดหลักธรรมาภิบาล
นายแสงชัย เสริมว่า
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบจากการเข้ามาของเงินทุนต่างชาติ
เพื่อป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการไทย
พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนและธุรกิจไทยสามารถเข้าถึงโอกาสจากโครงการได้อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้
การดำเนินโครงการควรยึดหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส เปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนและลดข้อขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น
เตือนเลิกโครงการ
เท่ากับสูญเสียโอกาสประเทศ
นายแสงชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า
สิ่งที่สังคมควรพิจารณาไม่ใช่เพียงมูลค่าการลงทุน แต่คือ ความคุ้มค่าของโอกาส
ที่ประเทศไทยจะได้รับในอนาคต หากยุติหรือชะลอโครงการ
อาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
“หากประเทศไทยไม่เร่งลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง คำถามสำคัญคือ
ไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในเวทีอาเซียนและเศรษฐกิจโลก”
ทั้งนี้มองว่า
การตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการไฮสปีดเทรนจึงควรอยู่บนพื้นฐานของการสร้างโอกาสร่วมกันอย่างเป็นธรรม
ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อเศรษฐกิจของประเทศ ผู้ประกอบการไทย และประชาชนในระยะยาว
มากกว่าการมองเพียงต้นทุนของโครงการในระยะสั้น
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++