Home

July 9, 20264 0

ชง 3 มาตรการฟื้นศก.ไทย แก้ต้นทุนพลังงาน-ไฟฟ้า หนุนลงทุนเมืองรอง

By สุจรรยา สุนทรพรเจริญ

09 ก.ค. 69 | 10:12 น.

แม้ภาครัฐยังเดินหน้ามาตรการต่างๆเพื่อกระตุ้นการลงทุน รวมถึงการบริโภคในประเทศ แต่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง แม้จะมีปัจจัยบวก แต่ก็มีปัจจัยลบควบคู่กันไปจึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมและทิศทางทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงมีโอกาสและศักยภาพในการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าในช่วงเริ่มต้นของปีจะมีความกังวลใจและกระแสความผันผวนเกิดขึ้นในตลาดอยู่บ้างก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบันแล้ว ถือได้ว่าเศรษฐกิจไทยยังคงทรงตัวและดำเนินไปอยู่ในระดับที่ดีเป็นที่น่าพอใจ

ปัจจัยบวกที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งที่เข้ามาช่วยสนับสนุนและแบ่งเบาภาระอย่างเห็นได้ชัดคือ ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลดลงของราคาน้ำมันนี้ส่งผลดีอย่างเป็นห่วงโซ่ต่อโครงสร้างต้นทุนในวงกว้างของทุกภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง โลจิสติกส์ และต้นทุนในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของภาคการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และศูนย์การค้า

ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังไม่ได้ปรับตัวลดลง

อย่างไรก็ดี ในส่วนของประเด็นที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในท้องตลาดทั่วไปยังไม่ได้มีการปรับตัวลดลงตามสัดส่วนของต้นทุนน้ำมันที่ลดลงไปนั้น นายชนวัฒน์ได้ให้มุมมองเชิงวิเคราะห์ว่าเป็นเรื่องปกติทางเศรษฐศาสตร์ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัว (Time Lag) เนื่องจากกลไกตลาดมีวงจรในการระบายสต็อกสินค้าเดิมและคำนวณต้นทุนสะสม ซึ่งในที่สุดแล้วราคาสินค้าจะค่อยๆ ปรับลดลงตามกลไกตลาดเสรีอย่างแน่นอน

ในส่วนของแผนการดำเนินงานของเซ็นทรัลพัฒนา ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่มีการชะลอหรือชะงักแผนการลงทุนใดๆ ทั้งสิ้น โดยบริษัทยังคงเดินหน้าเต็มกำลังในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการยกระดับการบริหารจัดการโครงการเดิมที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ได้วางรากฐานไว้

ชง 3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  

นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย กล่าวว่า เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจร่วมกับภาครัฐให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด ทางสมาคมได้นำเสนอประเด็นยุทธศาสตร์หลักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ ได้แก่

1.ทำหนังสือเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI) เพื่อขอให้มีการขยายขอบเขตและสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุนให้ครอบคลุมมายัง "ภาคบริการ" (Service Sector) และ "การลงทุนในพื้นที่เมืองรอง" อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งข้อเสนอนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางการส่งเสริมการลงทุนครั้งสำคัญของประเทศ

สำหรับเหตุผลหลักในการนำเสนอเกิดจากการที่สมาคมเล็งเห็นว่า ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มาตรการกระตุ้นและการให้สิทธิประโยชน์จากบีโอไอส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นและเทน้ำหนักไปที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออกขนาดใหญ่เป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในยุคปัจจุบัน ภาคบริการมีขนาดที่เติบโตขึ้นอย่างมหาศาลและมีความแข็งแกร่งรวมถึงขีดความสามารถ (Capability) ที่สูงมากในเวทีสากล

ภาคบริการและศูนย์การค้าเปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักที่สร้างงานสร้างรายได้และขับเคลื่อนเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศอย่างรวดเร็ว ดังนั้น หากภาครัฐก้าวเข้ามาช่วยสนับสนุนและมอบสิทธิประโยชน์ด้านภาษีหรือมาตรการจูงใจอื่นๆ ในภาคส่วนนี้ จะเป็นการช่วยเพิ่มความเข้มแข็งและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจไปสู่เมืองรองทั่วประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างแท้จริง

บรรเทาต้นทุนค่าพลังงาน-ไฟฟ้า

2.มาตรการบรรเทาภาระต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการทุกระดับคือ มาตรการเกี่ยวกับ "ค่าไฟฟ้า" ซึ่งสมาคมศูนย์การค้าไทยได้ยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเด็นหลักในการหารือและดำเนินงานร่วมกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเรื่องมาตรการค่าไฟฟ้านี้จัดอยู่ในเรื่องเร่งด่วนที่ทางสมาคมฯ พยายามผลักดันควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ

ภาครัฐเองก็มีความเข้าใจในความเดือดร้อนและอยู่ระหว่างการติดตามดูแลนโยบายราคาพลังงานนี้อยู่แล้ว ซึ่งภาคเอกชนมองว่ามาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาช่วย "พยุง" สถานการณ์ทางธุรกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายคงที่ให้กับผู้ประกอบการและร้านค้าปลีกรายย่อยภายในศูนย์การค้า ให้สามารถยืนหยัดและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ตามกลไกตลาด

แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานรอบด้านก็ตาม โดยสมาคมฯ จะยังคงเกาะติดและประสานงานกับภาครัฐเพื่อหาแนวทางคำนวณและช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป”

หนุนท่องเที่ยว-กำลังซื้อ

3.นโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายกลุ่มกำลังซื้อสูง ในมิติของการสร้างรายได้และการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ สมาคมศูนย์การค้าไทยได้นำเสนอนโยบายการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายอย่างเจาะลึก โดยมุ่งเน้นไปที่สองส่วนหลัก

ส่วนแรกคือ "มาตรการด้านวีซ่าและการท่องเที่ยว" ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องที่ทางสมาคม เคยนำเสนอและผลักดันมาโดยตลอด เพื่ออำนวยความสะดวกและดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและพำนักในประเทศไทยยาวนานขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อภาคบริการ โรงแรม และศูนย์การค้าปลีกทั่วประเทศ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวจากเมืองหลักไปสู่เมืองรองเพื่อกระจายรายได้

ขณะที่การกระตุ้นการใช้จ่ายในกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงระดับบน ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงบนนี้เป็นกลุ่มที่มีเงินออมและมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่งที่สุดในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่ที่ผ่านมาภาครัฐยังไม่มีมาตรการกระตุ้นหรือสิ่งจูงใจทางภาษีที่ชัดเจนสำหรับกลุ่มนี้ เหมือนกับโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

เช่น โครงการไทยช่วยไทย หรือมาตรการเยียวยาอื่นๆ ดังนั้น หากรัฐบาลออกมาตรการสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสมให้แก่กลุ่มกำลังซื้อสูงนี้ จะสามารถดึงเม็ดเงินมหาศาลที่จมอยู่ให้ออกมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อเสนอทั้งหมดของสมาคมศูนย์การค้าไทย ไม่ว่าจะเป็นการขยายสิทธิประโยชน์บีโอไอสู่ภาคบริการและเมืองรอง มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า มาตรการวีซ่าและการท่องเที่ยว ตลอดจนการกระตุ้นการใช้จ่ายในกลุ่มระดับกลางถึงบน ล้วนเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการพยุงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง ปัจจุบันข้อเสนอเหล่านี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดของรัฐบาล

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

version 1.0.5-97b0bb2cd