สงครามโลกเปลี่ยนเกม
วราวุธวางหมากเกษตรอุตสาหกรรมเกราะป้องกันเศรษฐกิจไทย
22 มิ.ย. 69
| 07:49 น.
นายวราวุธ ศิลปอาชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกว่า
ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
โดยเฉพาะกรณีสหรัฐฯ
และอิหร่าน ซึ่งยังไม่อาจจะคาดเดาได้ในตอนนี้แม้จะมีการ MOU กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม
ซึ่งมองว่ายังมีเงื่อนไขระหว่างกันอยู่
จับตารัสเซีย-จีนร่วมปฏิเสธมหาอำนาจเดี่ยว
รวมถึงความเคลื่อนไหวของมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซียที่ลงนามความตกลงร่วมกันเพื่อปฏิเสธการเป็นมหาอำนาจเดี่ยว
(Unipolarity) ของโลกนั้น
สถานการณ์เหล่านี้บีบให้ระเบียบโลกเดิมและกติกาการค้าอย่าง WTO อาจสั่นคลอน
ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานและต้นทุนการผลิต
นายวราวุธ กล่าวต่อไปอีกว่า
มนุษย์จะยอมเปลี่ยนพฤติกรรมก็ต่อเมื่อมีปัจจัยบีบคั้น 3 ประการ ประกอบด้วย
- เงิน
ซึ่งผลประโยชน์ทางการเงินหรือบทลงโทษทางภาษี เช่น CBAM
- กฎหมาย
จากการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานต่างๆ
- ความตาย
จากภัยคุกคามชีวิต เช่น กรณีโควิด-19 หรือวิกฤติพลังงาน
วิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นทำให้เป้าหมาย Net Zero
2050 ที่เคยดูเหมือนเป็นไปไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องเร่งลงมือทำ
กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมีนโยบายสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels)
ทั้ง B20 และ E20 เพื่อเพิ่มสัดส่วนน้ำมันปาล์มและเอทานอล
ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการยกระดับราคาสินค้าเกษตรไปในตัว
ดันเกษตรอุตสาหกรรม
สำหรับยุทธศาสตร์หลักที่ให้ความสำคัญคือการขับเคลื่อนเกษตรอุตสาหกรรม
หรือ AI (Agricultural Industry) โดยมองว่าท่ามกลางสงครามหรือวิกฤตการณ์ใดๆ
ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) คือจุดแข็งที่สุดของประเทศไทย
ซึ่งจะเห็นได้ว่า การจะรบกันให้ตายยังไง คนก็ต้องรับประทาน
และสิ่งที่ไทยมีคือความแข็งแกร่งของภาคเกษตร
อย่างไรก็ดี
ได้มุ่งเน้นการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ให้แข็งแรงเพื่อเป็นช่องทางส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป
ยกตัวอย่างนวัตกรรม Laser Land Leveling (LLL) ในนาข้าวที่ช่วยลดการใช้น้ำลง
50% เพิ่มผลผลิต 30% และลดก๊าซมีเทนได้ถึง 70-80% ซึ่งช่วยให้เกษตรกรได้คาร์บอนเครดิตเพิ่มเติม
หนุนเครื่องจักรแปรรูปเศษวัสดุการเกษตร
นอกจากนี้
ยังสนับสนุนเครื่องจักรแปรรูปเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น
ซังข้าโพดหรือตอซังข้าว ให้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพอัดเม็ด (Pellets)
เพื่อแก้ปัญหาการเผาป่าและสร้างรายได้ใหม่
ด้านการคุ้มครองผู้ประกอบการและผู้บริโภคนั้น
ได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
ยกระดับการตรวจสอบสินค้าที่นำเข้ามาดัมพ์ตลาด
โดยเฉพาะสินค้าไม่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศ ล่าสุดได้หารือกับแพลตฟอร์มอย่าง Shopee
,Line และ TikTok เพื่อสร้างระบบคัดกรองสินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก.
โดยเสนอให้มีการติดเครื่องหมาย Verified หรือติ๊กถูกสีฟ้าหน้าชื่อร้านที่ผ่านการตรวจสอบ
เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจและสร้างแต้มต่อให้กับสินค้าไทย
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++