ไทยอยู่ในจังหวะลงทุนครั้งใหญ่
ต้องการ AI ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม
16 มิ.ย. 69 | 08:05 น.
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่จังหวะสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจครั้งใหม่
ท่ามกลางการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ
และการเร่งเดินหน้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ภาคอุตสาหกรรม หรือ Industrial AI ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพการเติบโตของประเทศในระยะยาว
ปัจจุบันไทยมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งกว่า
2.53
แสนล้านบาทในช่วงปี
2568-2569
ขณะที่โครงการเมืองอัจฉริยะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
(EEC) มีมูลค่ารวมกว่า 1.34 ล้านล้านบาท และตลาด Digital Transformation ของไทยมีแนวโน้มเติบโตแตะ 6.48 แสนล้านบาทภายในปี 2576 สะท้อนทิศทางการพัฒนาประเทศที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม
ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการลงทุน
แต่คือการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
นายเวนแคต บาลาสุบรามาเนียน
ผู้อำนวยการที่ปรึกษากระบวนการอุตสาหกรรม ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใต้ บริษัทดาสโซลท์
ซิสเทเมส (Dassault Systèmes) กล่าวว่า AI รุ่นใหม่สำหรับภาคอุตสาหกรรมแตกต่างจาก
AI ทั่วไปที่เน้นการประมวลผลภาษา
เพราะสามารถเข้าใจข้อจำกัดทางวิศวกรรมและพฤติกรรมของระบบในโลกจริงได้
"พรมแดนถัดไปของไทยคือ AI ที่สามารถเข้าใจโลกแห่งความเป็นจริงและนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง
Virtual
Companions ถูกพัฒนาบนพื้นฐานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและอุตสาหกรรมที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ"
เปิดบทบาท AURA-LEO-MARIE
ผู้ช่วย AI สำหรับภาคอุตสาหกรรม
บนแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE
ดาสโซลท์ ซิสเทเมส ได้พัฒนา Virtual Companions ซึ่งเป็น AI ภาคอุตสาหกรรมที่ทำงานบนข้อมูลจากโลกจริงและโลกเสมือนร่วมกัน
โดยเชื่อมโยงข้อมูลด้านวิศวกรรม การปฏิบัติการ และข้อมูลจากเซ็นเซอร์แบบเรียลไทม์
ระบบดังกล่าวประกอบด้วย AURA,
LEO และ MARIE โดย AURA ช่วยติดตามความเสี่ยงด้านโครงการ
LEO สนับสนุนการวิเคราะห์ทางวิศวกรรม
และ MARIE ช่วยวิเคราะห์ทางเลือกด้านวัสดุและการออกแบบจากฐานองค์ความรู้อุตสาหกรรม
เมื่อทำงานร่วมกัน
ระบบจะช่วยเปลี่ยนข้อมูลจำนวนมหาศาลให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
เจาะโอกาสภาคการผลิต-ระบบราง
รับประโยชน์เต็มรูปแบบ
สำหรับประเทศไทย
เทคโนโลยีดังกล่าวมีศักยภาพในการประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมหลักหลายด้าน
โดยเฉพาะภาคการผลิตที่กำลังเผชิญการแข่งขันรุนแรงจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า
(EV)
ผู้ผลิตสามารถใช้ Virtual
Companions จำลองการปรับเปลี่ยนสายการผลิต ทดสอบรูปแบบการผลิตใหม่
และวางแผนการบำรุงรักษาก่อนนำไปใช้งานจริง
ช่วยลดภาระงานวิศวกรรมและเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ขณะที่ภาคคมนาคมและระบบราง
ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน โครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน
หรือระบบขนส่งมวลชนในเขตเมือง ล้วนเป็นโครงการที่มีความซับซ้อนสูง
และมีความเสี่ยงจากปัญหาการออกแบบหรือการเปลี่ยนแปลงระหว่างดำเนินโครงการ
ชี้ลดต้นทุน 40% เพิ่มรายได้มากกว่า 10%
ดาสโซลท์ ซิสเทเมส ระบุว่า
องค์กรที่นำ Industrial AI ไปใช้งานสามารถเร่งกระบวนการทำงานได้เร็วขึ้น 15-50% ลดระยะเวลาการเตรียมการผลิตลง
25% ลดต้นทุนการผลิตและบริหารโครงการได้
5-40% ลดปัญหาด้านคุณภาพ 30-90% และเพิ่มรายได้มากกว่า 10%
โจทย์ใหญ่ไทยขาดบุคลากร Digital
Twin
แม้ไทยจะมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ
ทั้งแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติและนโยบาย Thailand
4.0 แต่ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การขาดแคลนบุคลากรด้านวิศวกรรมขั้นสูงและผู้เชี่ยวชาญด้าน
Digital
Twin
ภาคเอกชนจึงมองว่าการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม
รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงานด้านเทคโนโลยี
จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
ดัน Virtual
Twin สู่โครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่
นายเวนแคต กล่าวว่า
ประเทศไทยมีทั้งฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและนโยบายภาครัฐที่พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
สิ่งสำคัญในลำดับถัดไปคือการนำแนวคิดการจำลองสถานการณ์และเทคโนโลยี Virtual
Twin เข้ามาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน การออกแบบ และการบริหารโครงการ
เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++