ไทยเดินหน้าเศรษฐกิจสีเขียว
เตรียมกองทุน TFF แสนล้านรับ AI-พลังงานสะอาด
26 พ.ค. 69
| 13:02 น.
นายวราวุธ ศิลปอาชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.)
เปิดเผยถึงความคืบหน้าผลการดำเนินงานของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)
หลังจากที่ได้มอบนโยบายเชิงรุกในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย ว่า
กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าปลุกเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย โดยล่าสุดตัวเลขการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมพุ่งแรง
รับกระแสย้ายฐานผลิตโลก
หนุนไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดแห่งภูมิภาค
ทั้งนี้
ด้วยนโยบายการพัฒนาเมืองที่มุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Low Carbon
City) ของ กนอ.
เป็นแรงดึงดูดสำคัญให้กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดตัดสินใจเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
เร่งขยายนิคมฯทั่วประเทศ
ขณะที่
กนอ.ได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายยกระดับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศให้เป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักลงทุนโลกผ่าน
4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
การจับมือธนาคารโลกดึง Green Finance สนับสนุนเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
การผลักดันตลาดคาร์บอนเครดิตมาตรฐานสากล
การปฏิรูปกฎหมายลดขั้นตอนอนุญาตตั้งโรงงานให้จบภายใน 1 เดือน
และการใช้ระบบตาอัจฉริยะ ตรวจสอบมลพิษสิ่งแวดล้อมตลอด 24 ชั่วโมง
โดยจากรายงานของนายสุเมธ
ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. พบว่า เดือน มี.ค.2569 ภาพรวมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมยังขยายตัว
โดยปัจจุบันประเทศไทยมีนิคมอุตสาหกรรมรวม 82 แห่ง ครอบคลุม 18 จังหวัด
เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 75 แห่ง
มีโรงงานเข้าประกอบกิจการกว่า 5,798 โรง
มูลค่าการลงทุนสะสมสูงถึง 13.37 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้
ยังสอดคล้องกับตัวเลขขอรับส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
หรือบีโอไอ (BOI) ในไตรมาสแรกปี 2569 ที่ทะยานกว่า 1.01 ล้านล้านบาท หรือเติบโตถึง 2.4 เท่า
ถือเป็นสัญญาณบวกสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนเลือกไทยเป็นฐานผลิตหลัก
นายวราวุธ กล่าวว่า
ตัวเลขการขยายตัวดังกล่าว
สะท้อนถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความสำเร็จในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ
เข้าสู่ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี (EV) และเทคโนโลยีขั้นสูง
ดันกองทุน TFF แสนล้าน
“กระทรวงอุตสาหกรรม
จึงพร้อมผลักดันกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตแห่งประเทศไทย (Thailand
Future Fund: TFF) เฟสใหม่ วงเงินระดมทุนกว่า 1 แสนล้านบาท
เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเงินสำคัญในการพัฒนาโครงการเศรษฐกิจสีเขียว
รองรับอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) และพลังงานสะอาดในอนาคต
เช่น ฟาร์มโซลาร์ลอยน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล”
ซึ่งทาง ผู้ว่าการ กนอ.
ได้รายงานด้วยว่า
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้มีปัจจัยหลักจากการย้ายฐานผลิตของนักลงทุนต่างชาติ
โดยเฉพาะกลุ่มทุนจากจีนและฮ่องกง ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 12% ในปี 2566 เป็นกว่า 23% ในปัจจุบัน
ซึ่งเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและดิจิทัล สอดรับกับนโยบาย Low
Carbon City ที่ดึงดูดอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง
โดยปัจจุบัน กนอ.
ยังมีพื้นที่คงเหลือรองรับการลงทุนอีกกว่า 24,984 ไร่
ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดย กนอ. จะเร่งพัฒนา Smart
Port มาบตาพุด หรือท่าเรืออัจฉริยะ ยกระดับท่าเรือด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
และระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S-Curve)
พร้อมสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก
เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++