ไทยออกเกณฑ์ค้ำประกันไฟฟ้าดาต้าเซ็นเตอร์
ดันนิคมฯปรับกลยุทธ์
14 พ.ค. 69
| 07:07 น.
การเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจศูนย์ข้อมูล
(Data Center) ในประเทศไทย
กำลังทำให้ไฟฟ้ากลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุน
หลังคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ. หรือ ERC) ออกมาตรการ Power
Commitment Guarantee (PCG) สำหรับโครงการที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณสูง
โดยเริ่มใช้กับโครงการศูนย์ข้อมูล
(Data Centre) เป็นกลุ่มแรก เพื่อควบคุมการจองกำลังไฟฟ้าขนาดใหญ่
และลดปัญหาการจองเพื่อเก็งกำไรในช่วงที่ความต้องการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภายใต้หลักเกณฑ์ดังกล่าว
ผู้พัฒนาโครงการจะต้องวางหลักประกันทางการเงินในอัตรา 4.5 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ของกำลังไฟฟ้าที่จอง
โดยสามารถขอคืนได้ตามระดับการใช้ไฟจริงของโครงการ
ทั้งนี้ 50% ของหลักประกันจะได้รับคืนเมื่อมีการใช้ไฟฟ้าถึง
50% ของกำลังที่เสนอภายใน 1 ปี
และส่วนที่เหลือจะคืนเมื่อการใช้งานแตะระดับ 70%
โครงข่ายไฟฟ้ากลายเป็นคอขวดใหม่ของตลาด
แม้ประเทศไทยจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพียงพอในภาพรวม
แต่ข้อจำกัดสำคัญอยู่ที่ศักยภาพการส่งจ่ายผ่านโครงข่ายไฟฟ้า
โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นทำเลหลักของการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่
ปัจจุบัน ศูนย์ข้อมูลประเภท Hyperscale มีความต้องการใช้ไฟฟ้าระดับ 30-100 เมกะวัตต์ หรือมากกว่า
ขณะที่การเชื่อมต่อโครงข่ายสำหรับโครงการที่ใช้ไฟเกิน 20 เมกะวัตต์ อาจใช้เวลานานถึง 12-18 เดือน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การเข้าถึงไฟฟ้ากลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกทำเลลงทุน
มากกว่าการพิจารณาเฉพาะที่ดินหรือสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเหมือนในอดีต
ทั้งนี้
มาตรการใหม่จะเพิ่มภาระทางการเงินให้กับผู้พัฒนาโครงการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น
ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 50 เมกะวัตต์
ต้องวางหลักประกันประมาณ 225 ล้านบาท ส่วนโครงการขนาด 100 เมกะวัตต์ ต้องวางเงินราว 450 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม
มาตรการดังกล่าวถูกมองว่าจะช่วยกรองผู้เล่นที่ไม่มีความพร้อมจริงออกจากตลาด
และลดการจองกำลังไฟฟ้าล่วงหน้าโดยไม่มีแผนลงทุนชัดเจนอ
ซึ่งแนวโน้มนี้ยังอาจส่งผลให้ผู้พัฒนาโครงการหันมาพิจารณาทำเลในกรุงเทพฯ
และจังหวัดใกล้เคียงมากขึ้น หากมีความพร้อมด้านโครงข่ายไฟฟ้ามากกว่าพื้นที่ EEC
นิคมอุตสาหกรรมต้องปรับเกมรับนักลงทุน
ด้านผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม
จำเป็นต้องเพิ่มความรอบคอบในการเสนอพื้นที่สำหรับลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์
เนื่องจากผู้เช่าต้องแบกรับต้นทุนค้ำประกันไฟฟ้าระดับสูง
นิคมอุตสาหกรรมจึงต้องมั่นใจว่ากำลังไฟฟ้าที่เสนอสามารถจัดสรรได้จริง
ไม่ใช่เพียงศักยภาพในเชิงทฤษฎี
พร้อมต้องประสานงานใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านสาธารณูปโภค เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
(EGAT) มากขึ้น
ไทยเดินตามเทรนด์โลก คัดกรองนักลงทุน
แนวทางของไทยสอดคล้องกับหลายประเทศที่เริ่มจัดระเบียบการใช้ไฟฟ้าสำหรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ตัวอย่างเช่น สหราชอาณาจักรได้ปรับระบบเชื่อมต่อโครงข่ายจาก “มาก่อนได้ก่อน” เป็น
“พร้อมก่อน ได้ก่อน” โดยผู้พัฒนาต้องแสดงหลักฐานด้านที่ดิน ผังเมือง
และความพร้อมทางการเงินก่อนจองโครงข่าย
ขณะที่สิงคโปร์กำหนดเกณฑ์ด้านประสิทธิภาพพลังงานและความยั่งยืน
ภายใต้ Green Data Centre Roadmap เพื่อคัดเลือกโครงการที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาด
นายมาร์คัส
เบอร์เทนชอว์ พาร์ทเนอร์
และหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านพื้นที่โลจิสติกส์และอุตสาหกรรม บริษัท ไนท์แฟรงค์
ประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการ PCG ไม่ควรถูกมองเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน
แต่เป็นกลไกจัดระเบียบตลาด
เพื่อให้กำลังไฟฟ้าที่มีอยู่อย่างจำกัดถูกจัดสรรให้กับโครงการที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง
“ผู้พัฒนาที่สามารถแสดงให้เห็นถึงแผนดำเนินงานที่ชัดเจน
รวมถึงมีแหล่งพลังงานรองรับ
จะเป็นกลุ่มที่ได้เปรียบในการแข่งขันและพร้อมคว้าโอกาสจากการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระยะต่อไป”
มาร์คัส กล่าวปิดท้าย
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++