ครม.วันนี้
ถกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ประคองศก. ลุยไทยช่วยไทยพลัส
05 พ.ค. 69 | 06:00 น.
5 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี
(ครม.) โดยกระทรวงการคลังเตรียมเสนอร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)
ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน กรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท
เพื่อรองรับวิกฤตเศรษฐกิจจากผลกระทบความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ให้ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล
ระบุว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี้
กระทรวงการคลังได้ปรับลดวงเงินลงจากประมาณการเดิมเล็กน้อย
จากเดิมคาดว่าจะออกพ.ร.ก.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท ลดลงเหลือ 400,000 ล้านบาท
โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ได้รายงานเรื่องนี้ให้นายกรัฐมนตรี รับทราบแล้ว และนายกฯ ก็ไม่ขัดข้อง
สำหรับเหตุผลของการกำหนดวงเงินไว้
400,000
ล้านบาท กระทรวงการคลัง มองว่า
จะเพียงพอในการรองรับวิกฤตเศรษฐกิจได้ในระยะแรก อีกทั้งวงเงินดังกล่าว
ยังไม่เกินกรอบวินัยการเงินการคลัง
โดยการกู้เงินมาครั้งนี้มีเป้าหมายการใช้เงินที่ชัดเจน 2 ส่วน คือ ใช้เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ทุกกลุ่ม
อีกส่วนคือการใช้เงินเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว
เพราะถ้าไม่เร่งดำเนินการก็อาจมีความเสี่ยงทำให้เกิด Stagflation
กับเศรษฐกิจไทยได้
“เหตุผลที่ตั้งกรอบวงเงินเอาไว้ 400,000 ล้านบาท รัฐบาลแจ้งว่า
ต้องการส่งสัญญาณบวกต่อนานาชาติให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เลือกการกู้เงินจนชนเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพีที่
70%
เพราะด้วยกรอบวงเงินนี้จะทำให้สัดส่วนหนี้จะอยู่ที่
68%
เท่านั้น
แต่ถ้าอนาคตสถานการณ์ยืดเยื้อและมีความจำเป็นต้องใช้เงิน
รัฐบาลก็พร้อมพิจารณาขยายเพดานหนี้
ซึ่งถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่าการกู้เงินมาตุนไว้เกินความจำเป็น”แหล่งข่าว ระบุ
สำหรับแนวทางการใช้เงินทั้ง 400,000 ล้านบาทนั้น แหล่งข่าวระบุว่า จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก วงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท รัฐบาลวางแผนใช้เงินดูแลกลุ่มเปราะบาง
รวมทั้งผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มต่าง ๆ เน้นการช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพ
โดยปรับรูปแบบโครงการคนละครึ่งพลัส จากเดิม 50:50 เป็น 60:40 คนละ 4,000 บาท รวม 30 ล้านคน
โดยจะเสนอเข้าครม. ครั้งต่อไปในวันที่ 12 พ.ค.นี้ หลังจาก พ.ร.ก. กู้เงิน ผ่านความเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว
อีกมาตรการในกลุ่มแรก คือ
การดูแลกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
โดยกระทรวงการคลังเตรียมจะเปิดลงทะเบียนใหม่
เพื่อทบทวนข้อมูลผู้ถือบัตรในปัจจุบันมีมีอยู่ในระบบ 13.2 ล้านคน เนื่องจากฐานข้อมูลเดิมไม่ได้ถูกปรับปรุงมานานกว่า 9 ปี เพื่อให้เงินช่วยเหลือได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
ส่วนวงเงินที่เหลืออีก 200,000 ล้านบาท
เป็นการใช้เงินเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว เช่น
การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด เป็นต้น รวมทั้งโครงการอื่น ๆ
ที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
เบื้องต้นจะตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการจะเสนอขอใช้เงินดังกล่าวให้เกิดประโชน์สูงสุด
และตรงตามแนวทางการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรองรับผลกระทบในระยะยาวอย่างแท้จริง
ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ จะมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน
สำหรับวาระครม.วันนี้
วาระเพื่อพิจารณา
รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์
นิลประพันธ์) เสนอ ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย พ.ศ. ....
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
(สลค.)
เสนอการร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบตามมาตรา
147 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น
พ.ศ. ....
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(ดศ.)เสนอ ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลพ.ศ. ....
กระทรวงการต่างประเทศ
เสนอการขอรับความเห็นชอบต่อร่างเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 และเสนอการขอความเห็นชอบต่อร่างเอกสารผลลัพธ์ของเวทีทบทวนการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ
ครั้งที่ 2 และคำมั่นโดยสมัครใจของไทย
วาระเพื่อทราบ
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
รายงานกรณีหน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหน้าที่ของรัฐ
(แนวทางการคุ้มครองและมาตรการเยียวยาผู้บริโภคแบบบูรณาการ)
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เสนอข้อเสนอแนะกรณี โครงการแลนด์บริดจ์ (ชุมพร - ระนอง)
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
เสนอการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++