เงินบาทผันผวนแรง จับตาสงครามตะวันออกกลาง ชี้ Two-Way Risk เสี่ยงทะลุ 34 บาท
24 มี.ค. 69 | 14:50 น.
เงินบาทผันผวนหนักจากตะวันออกกลาง เสี่ยงเคลื่อนไหวสองทาง 32.30-33.50 บาท จับตาน้ำมัน-ดอลลาร์-ฟันด์โฟลว์ แนะใช้ Options บริหารความเสี่ยง
ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางผันผวนสูง
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
ซึ่งยังเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกในระยะนี้
โดยในช่วงเช้าวันนี้
เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 32.64-32.66 บาทต่อดอลลาร์
แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์
ขณะที่ก่อนหน้านี้เงินบาทเพิ่งอ่อนค่าทำจุดอ่อนสุดในรอบ 10 เดือนที่ 33.06 บาท
ก่อนจะพลิกกลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็ว
ดร.กาญจนา
โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า
การเคลื่อนไหวของเงินบาทในระยะนี้มีความผันผวนสูง
โดยได้รับแรงกระทบจากทั้งปัจจัยภายนอกและกระแสข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน ส่งผลให้ค่าเงินมีโอกาสกลับไปอ่อนค่าได้อีก
ด้านนายพูน
พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาท
(USDTHB) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วจากแรงคลายกังวลชั่วคราวของตลาด
หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ ชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนยังคงอยู่สูง
เนื่องจากฝั่งอิหร่านออกมาปฏิเสธข่าวการเจรจา
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ตลาดการเงินโลกอยู่ในภาวะผันผวน
โดยค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงชั่วคราว ขณะที่ราคาทองคำสามารถรีบาวด์กลับขึ้นสู่ระดับ
4,400-4,500
ดอลลาร์ต่อออนซ์
หลังปรับตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้า
ในฝั่งตลาดทุน
บรรยากาศการลงทุนเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) มากขึ้นในระยะสั้น
โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวขึ้นจากความหวังว่าความขัดแย้งอาจคลี่คลาย
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนยังคงสูง เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า แนวโน้มเงินบาทในระยะนี้มีลักษณะ “Two-Way
Risk” หรือสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง
ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ
ในกรณีที่สถานการณ์คลี่คลายและมีความคืบหน้าในการเจรจา
อาจเห็นราคาน้ำมันปรับลดลง เงินดอลลาร์อ่อนค่า และหนุนให้เงินบาทแข็งค่าทดสอบระดับ
32.00
บาทต่อดอลลาร์
แต่ในทางกลับกัน
หากความขัดแย้งทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ ราคาพลังงานอาจพุ่งสูงขึ้น
ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 33.00-33.50
บาทต่อดอลลาร์
หรืออาจอ่อนค่าลงไปถึงระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงไตรมาส 2
นอกจากนี้
ยังมีปัจจัยเสริมจากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย
โดยเฉพาะธุรกรรมการจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท
อาจเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อค่าเงินบาท
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวระยะสั้น
ประเมินเงินบาทอยู่ที่ 32.30-32.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่
สถานการณ์ตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันและทองคำ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของประเทศหลัก
ทั้งนี้
ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงแบบ Scenario
Analysis และพิจารณาใช้เครื่องมือทางการเงิน
เช่น Options เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++