พลังงานโลกผันผวน ตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย
19 มี.ค. 69 | 05:19 น.
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นในช่วงที่ผ่านมาส่งแรงกระเพื่อมต่อราคาน้ำมันโลกอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานในหลายประเทศปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทยที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก สถานการณ์ดังกล่าวกำลังเร่งให้ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้บริโภคต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “พลังงาน” กลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สุดที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก
ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน ความมั่นคงด้านพลังงาน
หรือการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะระดับมหภาค
แต่ยังสะท้อนมาถึงชีวิตประจำวันของผู้บริโภคในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานในช่วงที่ผ่านมา
ทำให้ผู้บริโภครู้สึกถึงผลกระทบโดยตรงผ่านราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า
และค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
เนื่องจากพลังงานเป็นต้นทุนพื้นฐานของกิจกรรมทางเศรษฐกิจแทบทุกประเภท
ตั้งแต่การขนส่งสินค้า การผลิตในภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงการดำเนินชีวิตในครัวเรือน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้คำว่า “Energy
Transition” หรือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสนใจ ทั้งในมิติของนโยบายเศรษฐกิจ
โครงสร้างอุตสาหกรรม และพฤติกรรมของผู้บริโภค
แม้ว่าหลายประเทศทั่วโลกจะเริ่มพูดถึงพลังงานสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น
แต่ในความเป็นจริง น้ำมันยังคงเป็นพลังงานหลักของเศรษฐกิจโลก
โดยเฉพาะในภาคการขนส่ง โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมหนัก
สำหรับประเทศไทย
ความท้าทายสำคัญคือการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูง
เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น
ผลกระทบจึงส่งผ่านมายังเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างรวดเร็ว
ทั้งในรูปของต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น
และแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน
ความผันผวนของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทานเพียงอย่างเดียว
แต่ยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สงครามในภูมิภาคต่าง ๆ และการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศมหาอำนาจ
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาพลังงานกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจโลก
และส่งผลต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของหลายประเทศ
ผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคธุรกิจ
แต่ยังสะท้อนมายังพฤติกรรมของผู้บริโภคโดยตรง เมื่อราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มตระหนักถึงต้นทุนด้านพลังงานมากขึ้น
และเริ่มปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อรับมือกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
หนึ่งในปรากฏการณ์สำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
คือการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า ปี 2568 ถือเป็นปีสำคัญของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย
โดยยอดการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) ป้ายแดงสูงถึง 147,522 คัน เพิ่มขึ้น 74.70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน
รัฐบาลไทยยังได้กำหนดเป้าหมายสำคัญคือ การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2573
นอกจากภาคพลังงานและอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว
ภาคการเงินก็เริ่มมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว
แนวคิดที่เรียกว่า Green Finance หรือการเงินสีเขียว กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทั่วโลก
โดยเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เช่น พลังงานทดแทน เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และโครงการลดการปล่อยคาร์บอน
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับพลังงานและสิ่งแวดล้อมสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทใหม่ของสถาบันการเงินในระบบเศรษฐกิจ
จากเดิมที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการด้านการเงินเพียงอย่างเดียว
สถาบันการเงินกำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว
ในอนาคต
การใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสะดวกหรือความคุ้มค่าเพียงอย่างเดียว
แต่ยังเกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของโลก
แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในภาคพลังงานหรืออุตสาหกรรมเท่านั้น
แต่กำลังแทรกซึมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในทุกมิติ ตั้งแต่ภาคการเงิน การผลิต
ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภค
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของนโยบายพลังงาน
แต่เป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ในระยะยาว
ความสามารถของประเทศไทยในการปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจพลังงานใหม่
จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีเศรษฐกิจโลก
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++