สงครามตะวันออกกลางลากยาว พลังงานผันผวน กดดันเม็ดเงินต่างชาติ
17 มี.ค. 2569 | 06:00 น.
ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เปราะบางทั่วโลก
ตลาดการเงินกำลังเผชิญแรงกระแทกจากหลายปัจจัยพร้อมกัน
ทั้งความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ การชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักของโลก
ขณะที่ราคาพลังงานกลับมาผันผวนรุนแรงอีกครั้ง
หลังเหตุการณ์โจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันสำคัญของอิหร่าน
ส่งผลให้ราคาน้ำมันทะยานขึ้นและเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลก
ซึ่งมีผลกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก
นายภราดร
เตียรณปราโมทย์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย
พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ประเมินสถานการณ์การลงทุนว่า
ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนและแรงเทขายลดความเสี่ยงอย่างหนัก
โดยมองว่าปัจจัยหลักเกิดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ
และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 16 โดยไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลง
และล่าสุดสหรัฐฯ ได้ยกระดับความรุนแรงด้วยการโจมตีเกาะ KHARG ของอิหร่าน
ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่รองรับการส่งออกน้ำมันถึง 90% ของประเทศ หรือราว 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ
BRENT
พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นที่เรียบร้อย
และหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซนาน 3 เดือน
อาจดันให้ราคาน้ำมันพุ่งไปถึง 164 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นอกจากปัจจัยสงครามแล้ว
ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ก็เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว โดยคาดการณ์ GDP ไตรมาส 4/2568 จะขยายตัวเพียง 0.7% ลดลงจากการเติบโต 4.4% ในไตรมาสก่อนหน้า
สาเหตุหลักมาจากการบริโภคที่อ่อนแอลง
สิ่งที่ตลาดต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้คือ
การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในวันที่ 18 มี.ค. ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% แต่อาจส่งสัญญาณแข็งกร้าว (Hawkish) ผ่าน Dot Plot หากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันกลับมาปะทุ
รวมไปถึงการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB),
ธนาคารกลางอังกฤษ
(BOE) และ ธนาคารกลางแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 19 มี.ค. นี้
อีกหนึ่งอีเวนต์ระดับโลกที่สำคัญในสัปดาห์นี้คือ งาน NVIDIA GTC
2026 (16-19 มี.ค.)
ซึ่งเปรียบเสมือน "AI Super Bowl"
โดย Jensen
Huang เตรียมประกาศทิศทางเทคโนโลยี
AI
ชิปโมเดลใหม่
รวมถึงเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ (Robotics) ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุนของกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกในอนาคต
ขณะที่ปัจจัยในประเทศนั้น
มองว่าการเมืองไทยเริ่มระทึก จับตา 18 มี.ค.
ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ สำหรับปัจจัยภายในประเทศ
แม้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลจะเดินหน้ามาถึงการประชุมเพื่อเลือกประธานสภาฯ ในวันที่ 15 มี.ค.
และเตรียมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค. แล้วก็ตาม
แต่ฝ่ายวิจัยฯ
เตือนว่ามีความเสี่ยงทางการเมืองที่ต้องระวังอย่างมาก คือในวันที่ 18 มี.ค. นี้
ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดพิจารณาว่าจะรับคำร้องคดี
"การพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด" ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
หากศาลวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลให้การเลือกตั้งที่ผ่านมา
"เป็นโมฆะ" ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงกดดันตลาดหุ้นไทย (SET Index) อย่างรุนแรงในช่วงสั้นๆ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++