กรมทรัพยฯ ลุยปั้น GI “แห้วสุพรรณ” ดันมูลค่าเพิ่ม-เร่งขยายตลาด
By ชัชยาภรณ์
โพธิ์งาม
27 ก.พ. 2569 | 09:05 น.
นางอรมน
ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า
ได้ลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีแม่บ้าน อสม. แปรรูปแห้ว ตำบลวังยาง
อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้า GI “แห้วสุพรรณ”
มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า ชูศักยภาพเจาะตลาดผู้บริโภค
พร้อมหารือแนวทางขยายช่องทางตลาดผ่านเครือข่ายห้างค้าส่ง-ค้าปลีกร่วมกับ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้
จังหวัดสุพรรณบุรีถือเป็นแหล่งปลูกแห้วคุณภาพดีของประเทศไทย
ปัจจุบันมีผู้ผลิตแห้วสุพรรณในพื้นที่ 100 ราย มีปริมาณผลผลิตรวมกว่า 5.2 ล้านกิโลกรัมต่อปี
ส่งจำหน่ายไปยังตลาดค้าส่งสำคัญทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ ตลาดไท
ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดศรีเมือง (ราชบุรี) และตลาดโคราช (นครราชสีมา) เป็นต้น
สำหรับราคาปัจจุบันจำหน่ายอยู่ที่
80
– 100 บาทต่อกิโลกรัม
เพิ่มขึ้น 1.14 – 1.43 เท่า จากราคาก่อนเป็น GI ที่ 70 บาทต่อโลกรัม
สร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 183 ล้านบาทต่อปี
นางอรมน
กล่าวว่า กรมฯจะมาเข้าส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพสินค้า GI อาทิ
การพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าพรีเมียม
การขยายโอกาสทางการค้าผ่านงานแสดงสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์
การต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์
โดยเชื่อมโยงแหล่งผลิตเข้ากับกิจกรรมท่องเที่ยวของชุมชนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร
การสนับสนุนด้านการจัดส่งสินค้าในอัตราพิเศษผ่านความร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทย
เป็นต้น
"ทางกลุ่มฯเน้นเรื่องทำ OEM ผลิตตามความต้องการของผู้บริโภค แต่ว่าเราก็มองว่ากลุ่มฯ
มีความสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์จากแห้วที่หลากหลาย สามารถที่จะสร้างแบรนด์ตัวเองได้
และขายตรงให้กับห้างต่าง ๆ ซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆได้"
สำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้รับความนิยมคือ
เฟรนช์ฟรายส์ ที่มีหลากหลายรสชาติ
และเป็นฮาลาลที่อาจจะเหมาะกับผู้บริโภคที่มาจากกลุ่มมุสลิม
นอกจากนี้ยังมีแปรรูปเป็นกิมจิ อาจจะเหมาะกับกลุ่มที่ชอบบริโภค เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น
นายอนันต์
ดอกกถหลาบ ประธานวิสาหกิจชุมชนวังยางเจริญ เปิดเผยว่า ปัจจุบันจ.สุพรรณบุรี
มีพื้นที่การปลูกแห้วอยู่ที่ 3,000 ไร่ ผลผลิตประมาณ 3-4 ตันต่อไร่ มีผู้ผลิตอยู่ประมาณ 100 ราย แต่มีผู้ผลิตได้ขึ้นทะเบียน GI อยู่ 43 ราย
ทั้งนี้
หลังจากได้การขึ้นทะเบียน GI ทำให้ผลผลิตราคาขยับขึ้น
ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 80-95 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมราคา 70 บาทต่อกิโลกรัม
สามารถสร้างรายได้ประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี
และปี 2569 ได้ตั้งเป้ารายได้ 5 ล้านบาท
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++