“รัฐบาลใหม่” กับพันธกิจ ซ่อม สร้าง ลบภาพ “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย”
ฐานเศรษฐกิจ 11 ก.พ. 2569 | 06:00 น.
เศรษฐกิจไทยในช่วงรอยต่อของปี 2568 และ 2569
ตกอยู่ในสภาวะเปราะบางอย่างยิ่ง ปรากฏการณ์นี้เกิดจากภาวะ “Shock
State” หลังการประกาศยุบสภาที่ทำให้ผู้บริโภคหยุดชะงักการใช้จ่าย
ทว่าการก้าวเข้ามาของ “รัฐบาลใหม่” หลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
แม้ผลการเลือกตั้งอาจจะหักปากกาเซียน พลิกหลายโพล พร้อมปรากฏการณ์
“แลนด์สไลด์” ที่ไม่คาดคิด ก็กลับมาให้เห็น นับจากนี้คงต้องจับตาสูตร “รัฐบาลใหม่”
ว่าจะออกมาหน้าตาอย่างไร ภายใต้แกนนำของพรรคภูมิใจไทย
ในการบริหารประเทศต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ
สิ่งที่ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการต้องการ คือ
รัฐบาลที่สามารถทำให้นโยบายที่ประกาศไว้ “สำเร็จเป็นรูปธรรม” มากกว่าการถกเถียงเรื่องสูตรการเมือง โดยต้องเป็นรัฐบาลที่ตั้งได้เร็ว
มีเสถียรภาพ และสามารถเริ่มทำงานได้ทันที
เสียงสะท้อนจากภาคเอกชนกับการคาดหวังมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อระยะสั้น
(Quick Big Win) ที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันที จะกลายเป็น
“โอกาส” ของผู้ประกอบการ เสียงเรียกร้องให้รื้อฟื้น “ช้อปดีมีคืน” หรือ “Easy
e-Receipt” ด้วยวงเงิน 1 แสนบาท
ซึ่งคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้กว่า 1 แสนล้านบาท
ควบคู่ไปกับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่ช่วยเพิ่มจีดีพี ได้ราว 0.21-0.22% และสร้างเงินหมุนเวียนในภาคค้าปลีกได้
60,000-70,000 ล้านบาท
มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยรายใหญ่
แต่ยังเป็นโอกาสให้เอสเอ็มอีในระดับชุมชนได้ฟื้นตัว
รวมไปถึงกลไกแก้หนี้อย่างยั่งยืน ควบคู่การพัฒนาอาชีพ
เติมแต้มต่อและสิทธิประโยชน์กับเอสเอ็มอี เกษตรกร และแรงงาน
การเข้าถึงแหล่งทุนในระบบด้วยต้นทุนที่เป็นธรรม
การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสู่สากล การใช้นวัตกรรม
เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลิตภาพ
การยกระดับผลิตภาพคนผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต การขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
รวมถึงความร่วมมือรัฐ-เอกชน (PPP) ในโครงการที่มีผลต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง
และตลาดทุนเพื่อสนับสนุนสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอีด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
พันธกิจสำคัญของ “รัฐบาลใหม่” คือ การสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมลํ้า กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ปราบปรามการทุจริต ทุนเทา ยาเสพติด และอาชญากรรมทุกรูปแบบ
ควบคู่กับการบริหารประเทศด้วยความซื่อตรงสุจริต เสถียรภาพที่มั่นคง
จะดึงให้เกิดการลงทุนทั้งจากนักธุรกิจไทยและต่างชาติ
4 ปีนับจากนี้คือช่วงเวลาของการรักษาและฟื้นฟูประเทศไทยให้หายจากอาการป่วย
และลบภาพ “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย”
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++