ส่องกำลังซื้อทั่วไทย ‘ร้านสะดวกซื้อ-ซูเปอร์ฯ’ อ่อนล้า ยอดขายวูบ
สุจรรยา
สุนทรพรเจริญ
26 ม.ค. 2569 | 04:00 น.
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกในเดือนธันวาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย
โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่มีการจับจ่ายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างผิดปกติเมื่อเทียบกับปีก่อน
ๆ
ดัชนี RSI (Retail Sentiment Index) ในเดือนธันวาคม 2568
ลดลง 1.1 จุด จากเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยเป็นผลมาจากหลายปัจจัยสำคัญ อาทิ
ภาวะการเมืองที่ไม่แน่นอนหลังการประกาศยุบสภา รวมถึงปัจจัยการสิ้นสุดของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และ “เที่ยวดีมีคืน” ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคในทุกภูมิภาค
กรุงเทพฯ-ปริมณฑล : เทศกาลดันยอดขายโต
ในเดือนธันวาคม 2568 ดัชนีความเชื่อมั่นในกรุงเทพและปริมณฑลเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน
เนื่องจากบรรยากาศของเทศกาลส่งท้ายปีใหม่ที่เต็มไปด้วยการเฉลิมฉลองและการจับจ่ายในช่วงเวลาสำคัญ
โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่
โดยการจับจ่ายในห้างสรรพสินค้า ร้านแฟชั่นไลฟ์สไตล์
และภัตตาคารร้านอาหารเชนใหญ่มีการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้ Frequency
of Shopping เพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน Spending per Bill คงที่ ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภค
แม้จะอยู่ในช่วงเทศกาลสำคัญ
การเพิ่มขึ้นของยอดขายในกรุงเทพฯ -
ปริมณฑลมาจากการที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าส่วนใหญ่มีการจัดโปรโมชันในช่วงเทศกาล
เพื่อดึงดูดลูกค้า โดยมีการจับจ่ายมากขึ้นในร้านค้าประเภทแฟชั่นและร้านอาหาร
ขณะเดียวกันการจับจ่ายในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตในพื้นที่นี้ยังคงค่อนข้างทรงตัว
ภาคใต้: อานิสงส์รีโนเวทบ้านหลังน้ำท่วม
ภาคใต้เป็นภูมิภาคที่เห็นการเพิ่มขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นอย่างมากเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น
ๆ ซึ่งมาจากการใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมหลังน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี
ยอดขายในร้านค้าวัสดุก่อสร้างและร้านค้าสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างไฮเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าส่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
โดยมีการใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและร้านค้าต่าง ๆ
ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
การจับจ่ายในภาคใต้มีความคึกคักทั้งในร้านวัสดุก่อสร้างและร้านจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค
โดยเฉพาะร้านค้าหลังน้ำท่วมที่เห็นการซ่อมแซมและการจับจ่ายในการซื้อสินค้าต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ร้านค้าอื่น ๆ เช่น
ร้านแฟชั่นและภัตตาคารยังคงทรงตัวจากปัจจัยเศรษฐกิจที่ยังไม่มั่นคง
ภาคเหนือ-ภาคกลาง : ยอดขายทรงตัว
ภาคเหนือและภาคกลางมีดัชนีความเชื่อมั่นที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน
โดยในภาคเหนือ การจับจ่ายในร้านค้าประเภทสินค้าผู้บริโภค เช่น
ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อมีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
แต่ยอดขายในห้างสรรพสินค้าและร้านวัสดุก่อสร้างยังคงทรงตัว การใช้จ่ายของผู้บริโภคในภาคเหนือยังคงค่อนข้างระมัดระวัง
โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่มีกิจกรรมพิเศษ
ในภาคกลาง
การจับจ่ายในร้านค้าปลีกประเภทห้างสรรพสินค้าและภัตตาคารยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
แต่ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตยังคงมีการลดลงเล็กน้อย
ส่งผลให้การใช้จ่ายในภาคกลางไม่เติบโตเท่าที่คาดหมาย
สะท้อนถึงการระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภค
ภาคอีสาน : พิษผลผลิตเกษตรต่ำ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการลดลงอย่างชัดเจนจากเดือนพฤศจิกายน 2568
โดยส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของราคาพืชผลการเกษตรที่ตกต่ำ
และปัญหาการจ้างงานในภาคเกษตรกรรมที่ยังไม่ฟื้นตัว
การประกาศยุบสภาในเดือนธันวาคมและการสิ้นสุดของโครงการ “คนละครึ่งพลัส”
ทำให้กระแสเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจลดลงอย่างชัดเจน
การลดลงของยอดขายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่งผลกระทบในร้านค้าวัสดุก่อสร้างและร้านสะดวกซื้อ
โดยมีการลดลงของ Spending per Bill และ Frequency of Shopping ที่สะท้อนถึงการจับจ่ายที่ระมัดระวังและขาดความมั่นใจในการใช้จ่าย
แนวโน้มการฟื้นตัวในปี 2569
ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นในปี 2568 แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของการจับจ่ายและการตอบสนองของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค
โดยภูมิภาคกรุงเทพปริมณฑลและภาคใต้ยังคงมีการเติบโตจากการเฉลิมฉลองเทศกาลในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางประสบปัญหาความเชื่อมั่นที่ลดลง
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2569 จะขึ้นอยู่กับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคในทุกภูมิภาค
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++