Home

August 26, 202511 1

เวียดนามนำโด่ง FTA 60 ประเทศ บิ๊กเอกชนลุ้นไทยเร่งปิดดีลอียู ลดเสียเปรียบ

ฐานเศรษฐกิจ 24 ส.ค. 2568 | 16:55 น.


เวียดนามนำโด่ง FTA 17 ฉบับ ครอบคลุม 60 ประเทศ ดึงดูดนักลงทุนทั่วโลก ชิงได้เปรียบส่งออกไทย บิ๊กเอกชนเร่งรัฐปิดดีลเจรจาเอฟทีเออียู หวังลดความเสียเปรียบทางการค้า รักษาขีดแข่งขัน

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานอาวุโส หอการค้าไทย ในฐานะนายกสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปี 2569 จะเป็นปีที่ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเวียดนาม ทั้งนี้ไทยถือเป็นคู่ค้าที่สำคัญของเวียดนาม โดยไทยเป็นคู่ค้าใหญ่ที่สุดหรือเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ในอาเซียนของเวียดนาม โดยในปี 2568 ตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างกันไว้ที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับสินค้าส่งออกของเวียดนามมาไทยที่สำคัญ ได้แก่ ไมโครชิป ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร น้ำมันเชื้อเพลิง อาหารทะเล ผักและผลไม้ ขณะที่สินค้าส่งออกของไทยไปเวียดนามที่สำคัญ ได้แก่ ยานพาหนะและชิ้นส่วน พลาสติก อิเล็กทรอนิกส์ ยาง อาหารแปรรูป สินค้าเกษตร

ด้านการลงทุน บริษัทไทยนิยมตั้งฐานการผลิตในเวียดนามที่ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่กำลังเติบโต ข้อมูลล่าสุดมีภาคธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในเวียดนามจำนวน 763 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 14,756 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ณ มี.ค. ปี 68) อยู่ในอันดับที่ 7 ของการลงทุนทางตรงจากต่างชาติ (FDI) ของเวียดนาม โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน และหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน

จุดเด่นของเวียดนามที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศที่สำคัญคือ เวียดนามมีการเมืองนิ่ง ต้นทุนการผลิตถูกกว่าไทย เช่น ค่าแรงงาน มีแรงงานหนุ่มสาวจำนวนมาก มีประชากรกว่าร้อยล้านคน มีการเติบโตของจำนวนประชากร และหนี้สินครัวเรือนต่ำ ค่าน้ำ ค่าไฟ และราคาที่ดินสำหรับสร้างโรงงานไม่แพง มีการลงนาม FTA 17 ฉบับกับ 60 ประเทศ มีนโยบายอำนวยความสะดวกในการส่งออก”

เวียดนามยังมีตลาดภายในประเทศที่กำลังเติบโต มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเร็ว เวียดนามมีความคล่องตัวในการแก้กฎระเบียบให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนต่างประเทศ นอกจากนี้ นโยบายภาครัฐยังให้ความสำคัญต่อเศรษฐกิจสีเขียว และพยายามลดคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 ทำให้เวียดนามได้รับความสนใจจากนักลงทุนจากต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ไทยและเวียดนามยังถือเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญระหว่างกัน ครอบคลุมความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และความร่วมมือระดับประชาชนและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการยกระดับจากความร่วมมืออื่นๆ ที่มีมานานหลายปีแล้ว

นอกจากนี้ยังครอบคลุมทางด้านการค้า การลงทุน พลังงาน โครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงทั้งทางบก ท่าเรือ ระบบโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนนักศึกษา ทุนการศึกษา การเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร ความร่วมมือในการเจรจาทางทหารระดับสูง ความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ยั่งยืน ความร่วมมือในเวทีนานาชาติ เช่น ASEAN, APEC, ASEM,UN

นายสนั่น กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดีอีกด้านหนึ่ง ไทยและเวียดนามถือเป็นคู่แข่งที่สำคัญในเวทีการค้าโลก โดยสินค้าที่ไทยและเวียดนามเป็นคู่แข่งขันที่สำคัญในเวทีโลก เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี ยกเว้นรถยนต์ ซึ่งเวียดนามยังไม่สามารถแข่งกับไทยได้

สำหรับจุดได้เปรียบของเวียดนาม ได้แก่ ต้นทุนค่าไฟ ค่าแรงในเวียดนามถูกกว่าไทย และในภาพรวมต้นทุนการผลิตของเวียดนามถูกกว่าไทยเฉลี่ย 5-10% ในทุกสินค้า เวียดนามมีการลงนามความตกลงการค้าเสรี (FTA) 17 ฉบับกับ 60 ประเทศ ครอบคลุมตลาดหลักๆ สำคัญ ส่วนไทยมี FTA น้อยกว่า โดย ณ ปัจจุบันไทยมีการลงนาม FTA กับคู่ค้าแล้ว 16 ฉบับกับ 23 ประเทศ จึงเสียเปรียบไทยในการส่งออก

ตลาดส่งออกหลักของเวียดนาม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ในภาวะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ยังเข้มข้น สหรัฐประกาศภาษีตอบโต้กับหลายประเทศ โดยมุ่งสกัดการสวมสิทธิ์ไทยเพื่อส่งออกไปสหรัฐ (Transshipment)

ไทยควรถือโอกาสนี้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เช่น ชักชวนให้ผู้ผลิตจีนในไทยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในไทยมากขึ้น (local content) เช่นเดียวกับที่ผู้ผลิตซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่นในไทยทำอยู่แล้วในหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้ SME ไทยเข้าร่วมในห่วงโซ่อุปทานของจีนได้ ผู้ผลิตไทยต้องพร้อมปรับตัวในเรื่องนี้”

นอกจากนี้ ภาครัฐบาลของไทยควรเร่งรัดการเจรจาการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป (อียู) ที่มี 27 ประเทศ ซึ่งเป็นจังหวะที่ดี เนื่องจากผู้ผลิตในสหภาพยุโรปก็ต้องการเลี่ยงปัญหาภาษีตอบโต้จากสหรัฐ ขณะเดียวกันสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และกระทรวงพาณิชย์จะเร่งร่วมมือกันในการหาตลาดใหม่

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++





version 1.0.5-42794e0f7